เงินบาทแข็งค่าเข้าใกล้แนว 31.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางความหวังต่อผลการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2969)


          เงินบาทแข็งค่าไปที่ระดับ 31.07 บาทต่อดอลลาร์ฯ ซึ่งนับเป็นระดับที่แข็งค่าที่สุดในรอบกว่า 5 ปี โดยทิศทางการแข็งค่าของเงินบาท ยังคงสอดคล้องกับการแข็งค่าของเงินหยวนและสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงเทขายเพิ่มเติม ท่ามกลางความคาดหวังมากขึ้นว่า การเจรจาเพื่อลดข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน  น่าจะมีสัญญาณที่โน้มเอียงไปในทางที่ดีขึ้น โดยการลดความกังวลของนักลงทุน ทำให้ความต้องการสินทรัพย์ที่ปลอดภัย เช่น เงินดอลลาร์ฯ และเงินเยน ลดลงตามไปด้วย

เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้นักลงทุนต่างชาติจะมีสถานะขายสุทธิทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทย รวมกันประมาณ 20.4 พันล้านบาท นับตั้งแต่ต้นปี 2562 แต่เงินบาทก็ยังมีแข็งค่าขึ้นค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเชียอื่นๆ โดยเฉพาะเงินหยวนซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 4.7% เป็นอันดับที่หนึ่งของสกุลเงินในภูมิภาค ขณะที่ เงินหยวนแข็งค่า 2.2% ตามมาเป็นอันดับที่ 3 (รองจากเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียที่แข็งค่าขึ้นประมาณ 3.7%) ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เงินบาทที่แข็งค่ากว่าสกุลเงินของประเทศที่เป็นทั้งคู่ค้าและคู่แข่งของไทย น่าจะเพิ่มแรงกดดัน และมีผลกระทบต่อเนื่องต่อธุรกิจในภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว 

 

Published by kasikornresearch.com on 20 February 2019

SMEONE “ทุกเรื่องครบ…จบในที่เดียว”