สงครามการค้า ฉุดเศรษฐกิจ CLMV ชะลอตัว 6-7%


Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดบทวิเคราะห์เศรษฐกิจกลุ่มประเทศ CLMV จะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงราว 6-7% ในปี 2019 และ 2020 ท่ามกลางความเสี่ยงภายนอกที่เพิ่มสูงขึ้น การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจากสงครามการค้า เริ่มส่งผลกระทบทางอ้อมต่อเศรษฐกิจ CLMV สะท้อนจากมูลค่าส่งออกรวมของกลุ่มประเทศ CLMV ที่หดตัวลง 8%YOY ในช่วงห้าเดือนแรกของปี 2019 โดยเฉพาะการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าในเอเชีย แต่การลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยังคงเพิ่มขึ้น โดยสงครามการค้าจะมีส่วนช่วยเร่งแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตมายังกลุ่มประเทศ CLMV โดยเฉพาะในเวียดนาม

นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า และช่วยบรรเทาผลลบของการชะลอตัวของภาคส่งออก ในขณะเดียวกัน การขยายตัวของชุมชนเมืองและกลุ่มชนชั้นกลางจะเป็นปัจจัยสนับสนุนกำลังซื้อในประเทศในระยะยาว รวมถึงความต้องการสินค้าและบริการที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงหลักต่อเศรษฐกิจ CLMV คือเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวลงกว่าที่คาด โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนซึ่งเศรษฐกิจ CLMV พึ่งพาค่อนข้างมาก รวมถึงความเสี่ยงเฉพาะของแต่ละประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

เศรษฐกิจกัมพูชา จะยังเติบโตได้ที่ระดับราว 6.8% ในปี 2019 แต่เริ่มเห็นการชะลอตัวลงในระยะกลาง ความคืบหน้าของการปฏิรูปทางเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการส่งออกและ FDI ในระยะข้างหน้า ท่ามกลางความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการสูญเสียสิทธิประโยชน์ทางภาษี Everything But Arms (EBA) จากสหภาพยุโรป ภาคการท่องเที่ยวยังมีแนวโน้มที่ดีในระยะกลาง อย่างไรก็ดี ความท้าทายสำหรับเศรษฐกิจกัมพูชาคือการควบคุมดูแลความเสี่ยงของสถาบันการเงินรายย่อยที่อยู่นอกระบบ

เศรษฐกิจลาว จะกลับมาขยายตัวที่ราว 6.4% ในปี 2019 และคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นเป็น 6.5% ในปี 2020 หลังจากที่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตชะลอลงในปี 2018 ปัจจัยขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจลาวคือ การส่งออกไฟฟ้า การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และภาคบริการ ซึ่งนำโดยภาคค้าส่ง-ค้าปลีกและการท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจลาวมาจากทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับต่ำ ปัญหาหนี้ต่างประเทศและหนี้สาธารณะที่ค่อนข้างสูงซึ่งทำให้ลาวถูกปรับลดอันดับเครดิตประเทศในช่วงที่ผ่านมา

เศรษฐกิจเมียนมา จะเติบโตชะลอลงเล็กน้อยที่ราว 6.4% ในปีงบประมาณการเงิน 2018/19 (FY2018/19) ด้วยแรงส่งจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการในประเทศ การปฏิรูปและการลงทุนจากภาครัฐคาดว่าจะช่วยผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2020 ความเสี่ยงหลักต่อเศรษฐกิจเมียนมามาจากปัจจัยภายนอก โดยการชะลอตัวของการค้าโลกเริ่มส่งผลกระทบต่อการส่งออกและ FDI

เศรษฐกิจเวียดนาม มีแนวโน้มเติบโตชะลอลงราว 6.5% ในปี 2019 และในระยะกลาง สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนส่งผลบวกต่อการส่งออกและ FDI มายังเวียดนาม แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงที่สหรัฐฯ อาจหันมาเพ่งเล็งเวียดนามเป็นเป้าหมายรายต่อไปในการขึ้นภาษีได้ ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลีใต้อาจส่งผลลบต่ออุตสาหกรรมการผลิตเวียดนามซึ่งพึ่งพาวัตถุดิบสินค้าเทคโนโลยีจากเกาหลีใต้

 

 

Published on 3 September 2019
SMEONE “ทุกเรื่องครบ…จบในที่เดียว”