สินเชื่อ SME Green Productivity ปี 2569 ขยายวงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท

หนุนลงทุนพลังงานสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจอย่างยั่งยืน

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เดินหน้าโครงการ สินเชื่อ SME Green Productivity ปี 2569เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยมีวงเงินรวมกว่า 15,000 ล้านบาท ภายใต้นโยบายสินเชื่อภาครัฐ (PSA) อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปี ในช่วง 3 ปีแรก ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ชดเชยดอกเบี้ยให้กับสถาบันการเงิน

ไฮไลต์การปรับใหม่ ปี 2569

โครงการมีการปรับเงื่อนไขสำคัญเพื่อเพิ่มโอกาสให้ SME เข้าถึงแหล่งทุนมากขึ้น ได้แก่

  • ขยายระยะเวลาขอกู้ ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569
  • เพิ่มวงเงินกู้ต่อราย จากเดิมไม่เกิน 10 ล้านบาท เป็น ไม่เกิน 30 ล้านบาท
  • เหมาะสำหรับ SME ที่ต้องลงทุนสูง เช่น โรงงาน และนิคมอุตสาหกรรม

กลุ่มเป้าหมายโครงการ (3 กลุ่มหลัก)

  1. พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ และระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
  2. เพิ่มผลิตภาพการผลิต ผ่านเครื่องจักร เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงยานพาหนะพลังงานสะอาด
  3. อุตสาหกรรม EV ครอบคลุมกระบวนการผลิต และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ EV

โครงการนี้มุ่งช่วยให้ SME ลดต้นทุนพลังงาน ลดการปล่อยคาร์บอน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ

สถานะโครงการล่าสุด

ปัจจุบันมีการอนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า 4,826 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 32% ของวงเงินรวม ซึ่งยังมีวงเงินคงเหลือเปิดโอกาสให้ SME สมัครเข้าร่วมโครงการได้

สรุป

สินเชื่อ SME Green Productivity ปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ SME ไทย ลงทุนเพื่อความยั่งยืน เพิ่มผลิตภาพ และเติบโตควบคู่กับสิ่งแวดล้อม ในระยะยาว

 

บทความแนะนำ

ขอเชิญผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมฝึกอบรมหลักสูตร “การทำเบเกอรี่และการเสริมสร้างการเป็นผู้ประกอบการ รุ่นที่ 1”

ขอเชิญผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมฝึกอบรมหลักสูตร

“การทำเบเกอรี่และการเสริมสร้างการเป็นผู้ประกอบการ รุ่นที่ 1” ภายใต้ “โครงการพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ธุรกิจชุมชนตามแนวพระราชดำริ ปีงบประมาณ 2569”

ในวันที่ 2 – 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงเรียนลูกพระดาบส จังหวัดสมุทรปราการ

 

*** อบรมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ตลอดหลักสูตร ***

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมกิจกรรม

- ไม่เคยเข้าร่วมโครงการพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ธุรกิจชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ปีงบประมาณ 2569

- มีความสนใจการทำเบเกอรี่ต่างๆ เช่น เค้กรสต่างๆ ขนมปังไส้ต่างๆ คุกกี้ เป็นต้น

- สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตลอดหลักสูตร

 

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 02 – 1744111-2 ,  086 – 4583507 และ 085 - 8589187

ทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ (ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 09.00 – 16.30 น.

FACEBOOK : โรงเรียนลูกพระดาบส

Link สำหรับลงทะเบียน>>>  https://forms.gle/7vRFpVw4HY22tsvZ6

บทความแนะนำ

อบรมเชิงปฏิบัติการ “ปลดล็อกพลัง AI” เสริมศักยภาพ MSME ในยุคดิจิทัล

มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา ขอประชาสัมพันธ์กิจกรรมอบรม

 

“ปลดล็อกพลัง AI ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต”

ภายใต้โครงการ The AI for MSME Advancement in ASEAN (AIM ASEAN)

 

กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ MSMEs ให้สามารถประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ การตลาด และการปรับตัวในยุคดิจิทัล โดยเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการและการนำองค์ความรู้ไปใช้ได้จริงในภาคธุรกิจ

 

📍 การอบรมจัดในรูปแบบ On-site

📅 วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

⏰ เวลา 08:30–15:30 น.

📌 ณ โรงแรมรัตนชล จังหวัดชลบุรี

🎓 ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรม

 

ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้รับองค์ความรู้ด้านการประยุกต์ใช้ AI สำหรับธุรกิจ

พร้อม ชุด Prompt สำหรับนำไปใช้งานต่อได้จริง มากกว่า 400 Prompts หลังจบการอบรม

 

📌 ขอสงวนสิทธิ์การเข้าร่วมอบรมจำนวน 1 คน ต่อ 1 ธุรกิจ

 

👉 สมัครเข้าร่วมอบรมได้ที่:

https://forms.office.com/r/Z1ixJxV9bF

บทความแนะนำ

ทิศทางธุรกิจ SME ไทย ปี 2569 จาก “การปรับตัว” สู่ “การเลือกสนามแข่งขันให้ถูก”

หากปี 2568 คือปีแห่งการ “ตั้งหลักและปรับตัว”
ปี 2569 จะเป็นปีที่ SME ไทยต้อง เลือกทิศทางธุรกิจให้ชัด ว่าจะ

  • โตต่อ
  • เปลี่ยนโมเดล
  • หรือหาตลาดใหม่อย่างจริงจัง

เพราะการแข่งขันจะไม่ใช่แค่ “ใครทำได้” แต่เป็น “ใครทำได้คุ้มกว่า และเร็วกว่า

ธุรกิจ SME ที่มีแนวโน้ม “ต่อยอดเติบโต” ในปี 2569

จากกลุ่มดาวรุ่งในปี 2568 ธุรกิจต่อไปนี้มีโอกาส ขยายตัวต่อเนื่องในปี 2569 หาก SME ปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม

1) เกษตรอัจฉริยะ & อาหารมูลค่าสูง (Smart Agri & Value-added Food)

  • เกษตรแม่นยำ (Smart Farming)
  • อาหารแปรรูปเพื่อสุขภาพ / ผู้สูงอายุ
  • อาหารพร้อมทาน / Ready-to-cook
    👉 ทิศทาง 2569: แข่งขันด้วยข้อมูล คุณภาพ และมาตรฐาน ไม่ใช่ราคา

2) โลจิสติกส์เฉพาะทาง & Last-mile Service

  • โลจิสติกส์อาหารสด
  • โลจิสติกส์ควบคุมอุณหภูมิ
  • บริการจัดส่งเฉพาะกลุ่ม
    👉 ทิศทาง 2569: เน้นความเร็ว ความแม่นยำ และต้นทุนต่อออเดอร์

3) ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ & Health Service ขนาดเล็ก

  • Care Service ระดับชุมชน
  • อุปกรณ์ช่วยดูแลผู้สูงวัย
  • บริการสุขภาพเชิงป้องกัน
    👉 ทิศทาง 2569: โตจาก “บริการเฉพาะบุคคล” และความน่าเชื่อถือ

4) ซอฟต์แวร์ / ดิจิทัลโซลูชันสำหรับ SME และเกษตร

  • ระบบจัดการฟาร์ม
  • ระบบบัญชี–สต๊อก–การตลาด
  • AI ช่วยวางแผนธุรกิจ
    👉 ทิศทาง 2569: ซอฟต์แวร์ที่ “ใช้ง่าย แก้ปัญหาจริง” จะอยู่รอด

ธุรกิจ SME ที่ต้อง “เปลี่ยนเกม” ในปี 2569

กลุ่มธุรกิจที่เฝ้าระวังในปี 2568 หาก ยังใช้โมเดลเดิม จะยิ่งเสี่ยงมากขึ้นในปี 2569

  • เครื่องสำอางทั่วไป (ไม่มีจุดต่าง)
  • รถยนต์มือสองที่พึ่งหน้าร้านอย่างเดียว
  • สินค้าโภคภัณฑ์ที่แข่งขันด้วยราคา
  • ที่พักนักเรียนแบบเดิมๆ

👉 ทิศทาง 2569:

  • ต้องเพิ่ม “แบรนด์ / บริการ / ดิจิทัล”
  • หรือปรับเป็น Niche Market เพื่อความอยู่รอด

กลยุทธ์สำคัญที่ SME ควรโฟกัสในปี 2569

ปี 2569 จะไม่ใช่ปีของการขยายแบบหว่าน แต่เป็นปีของการ “เลือกให้แม่น”

4 แกนหลักที่ SME ต้องมี

  1. รู้ต้นทุนจริง (Data-driven Cost)
  2. มีตลาดชัดเจน (Target ไม่กว้างเกินไป)
  3. ใช้เทคโนโลยีเท่าที่จำเป็น แต่ใช้ให้คุ้ม
  4. สร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่ใช่แค่ขายปริมาณ

บทสรุป

ไม่ใช่ทุก SME จะต้องเปลี่ยนธุรกิจ
แต่ทุก SME ในปี 2569 ต้องเปลี่ยนวิธีคิด

จาก ทำเหมือนเดิมแต่หวังผลลัพธ์ใหม่

เป็น เลือกทิศทางธุรกิจให้เหมาะกับตลาดและศักยภาพของตัวเอง

ซึ่งจะเป็นตัวแยกว่า
ใครอยู่รอด / ใครเติบโต / ใครต้องออกจากตลาด

บทความแนะนำ

สสว. มอบของขวัญ SME ไทย 2569

เติมทุน–ฟื้นฟู–ดันตลาดใหม่ เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานราก

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เดินหน้ามาตรการ “ของขวัญปีใหม่ SME ไทย 2569” ภายใต้แนวคิด เติมทุน–ฟื้นฟู–ดันตลาดใหม่ ด้วยงบประมาณรวมกว่า 2,150 ล้านบาท เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SME ไทยสามารถฟื้นตัว เสริมสภาพคล่อง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน

เหตุผลที่ต้องเร่งช่วย SME

ปัจจุบันประเทศไทยมี SME กว่า 3.26 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของธุรกิจทั้งประเทศ สร้างการจ้างงานมากกว่า 13.4 ล้านคนและมีสัดส่วน SME GDP 34.8% ของ GDP ประเทศ อย่างไรก็ตาม SME ยังคงเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกผันผวน สินค้านำเข้า เทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็ว รวมถึงผลกระทบจากภัยธรรมชาติและปัญหาชายแดน

มาตรการหลัก “ของขวัญปีใหม่ SME”

มาตรการสำคัญประกอบด้วย

  • โครงการ SME ปัง ตังได้คืน (BDS) สนับสนุนค่าใช้จ่ายแบบ Co-payment 50% วงเงินสูงสุด 500,000 บาทต่อราย
  • สินเชื่อฟื้นฟูผ่าน SME D Bank วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยต่ำ
  • มาตรการเงินทุนเสริมแกร่ง SME วงเงินรวม 1,200 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1% ต่อปี พักเงินต้น 1 ปี ผ่อนนานสูงสุด 5 ปี ครอบคลุมกลุ่มยกระดับธุรกิจ เสริมศักยภาพ และธุรกิจท่องเที่ยว

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

สสว. คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วย SME ได้มากกว่า 15,000 ราย ฟื้นฟูสภาพคล่อง ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นกว่า 10,000 ล้านบาท

สรุป

มาตรการของขวัญปีใหม่ SME ปี 2569 สะท้อนบทบาทของภาครัฐในการช่วยให้ SME ไทย ฟื้นได้ แข็งแรงขึ้น และเติบโตได้ไกลกว่าเดิม โดยเน้นทั้งการเติมทุน ควบคู่กับการพัฒนาและปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจยุคใหม่



บทความแนะนำ

Clear Cache
Clear All Cache
Enable Page Cache
Disable Page Cache