อุตสาหกรรมอาหารไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากเดิมที่แข่งขันกันด้วย “รสชาติ” สู่การแข่งขันด้วย “ข้อมูล + ระบบ + คุณค่า” โดยข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2026 ซึ่งสะท้อนเสียงผู้บริโภคกว่า 26 ล้านคน ชี้ให้เห็นภาพชัดว่า SME ต้องปรับเกมอย่างจริงจัง
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
สำหรับ SME
อย่าทำอาหารสุขภาพแบบ “น่าเบื่อ” อีกต่อไป
แต่ต้องเป็น “อร่อย + โปรตีนสูง” เช่น
ตลาดเครื่องดื่มและของหวานยังโตแรง
👉 สำหรับ SME
เครื่องดื่มไม่ใช่แค่เมนูเสริม แต่คือ
“กำไรหลัก + ตัวดึงลูกค้า”
ควรมี
อาหารจานหลักยังคงเป็นฐานรายได้
เช่น ส้มตำ ข้าวมันไก่ ข้าวผัด ลาบ
👉 สำหรับ SME
ไม่ต้องเปลี่ยนเมนู
แต่ต้อง “เพิ่มมูลค่า” เช่น
ตัวเลขที่ต้องรู้
👉 Insight สำคัญ
ร้านอาหารวันนี้ = Startup
“อร่อยอย่างเดียวไม่พอ”
สิ่งที่ต้องมีเพิ่มคือ
แพลตฟอร์มอย่าง LINE MAN Wongnai มีบทบาทสำคัญในการช่วย SME
👉 SME ที่ใช้ Data เป็น
จะ “โตไวกว่า และแม่นกว่า”
ปัญหาของ SME ไทยจำนวนมากคือ
“เริ่มจากเล็ก แล้วก็เล็กต่อไป”
ในขณะที่บางประเทศ
เริ่มธุรกิจด้วยแนวคิด “ขยายทันที”
👉 SME ต้องเริ่มคิดแบบนี้
ผู้เล่นตัวจริงในตลาดอย่าง
คือภาพชัดว่า
“อาหารไทยไป Global ได้”
👉 สิ่งที่ SME ต้องเรียนรู้
ถ้าจะให้อยู่รอดและโตได้ ต้องมี 5 อย่างนี้
ขอบคุณเนื้อหาจาก : posttoday.com
ในยุคที่เทคโนโลยีหมุนไวแบบนี้ การทำงานหนักเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ...
จะดีกว่าไหมถ้าเราเปลี่ยนมา "ทำงานให้ฉลาดขึ้น" ด้วยการใช้ AI เป็นผู้ช่วยมือโปร?
มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ MSMEs และผู้ที่สนใจ เข้าร่วมหลักสูตร E-learning
สุดพิเศษ “AI เพื่อธุรกิจ” (AIM ASEAN) ที่จะเปลี่ยนเรื่อง AI ที่ดูยาก
ให้กลายเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงใน 2 ชั่วโมง!
หยุดใช้แรงทำทุกอย่างเอง แล้วเริ่มให้ AI ช่วยจัดการงานซ้ำซ้อน
เพื่อให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับการวางกลยุทธ์และการเติบโตของธุรกิจ:
ทำงานเร็วขึ้น: ลดเวลาการทำงานเอกสารและงานรูทีน
คิดงานง่ายขึ้น: ช่วยระดมไอเดียการตลาดและการเขียนคอนเทนต์
ต่อยอดได้จริง: ประยุกต์ใช้เครื่องมือดิจิทัลเข้ากับโมเดลธุรกิจเดิมได้อย่างลงตัว
เมื่อลงเรียนในโครงการนี้ คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมายที่คัดมาเพื่อคนทำธุรกิจโดยเฉพาะ:
400+ Prompts Ready-to-use: ชุดคำสั่ง AI ที่ผ่านการคัดสรรมาแล้ว พร้อมก๊อปปี้ไปใช้งานได้ทันที
100 AI Tools: แนะนำเครื่องมือ AI หลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของธุรกิจ
E-Certificate: ประกาศนียบัตรรับรองจาก ASEAN Foundation เพื่ออัปเกรดโปรไฟล์ของคุณ
Full Learning Materials: เอกสารประกอบการเรียนแบบจัดเต็มครบทุกโมดูล
ค่าใช้จ่าย: ฟรี! ไม่มีค่าธรรมเนียม
รูปแบบการเรียน: E-learning (เรียนจบไวภายใน 2 ชั่วโมง)
เหมาะสำหรับ: เจ้าของธุรกิจ MSMEs, พนักงานออฟฟิศ และบุคคลทั่วไปที่ต้องการก้าวให้ทันโลก AI
อย่าปล่อยให้คู่แข่งนำหน้า เริ่มต้นเรียนรู้วันนี้เพื่ออนาคตของธุรกิจคุณ!
👇 สมัครเรียนเลยที่นี่ 🔗 https://kenan-asia.org/aimasean-th/
เทศกาลอีสานสรา้งสรรค์ 2569 (Isan Creative Festival 2026)
“นอรท์ อีส - เดิน : NORTHEAST MODERN”
พรอ้ มสรรพ | ปรบั ตัว | ม่วนมิตร
11 - 19 กรกฎาคม 2569
เทศกาลอีสานสรา้งสรรค์2569 หรอื Isan Creative Festival 2026 (ISANCF2026) กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 6
โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์(องค์การมหาชน) หรือ CEA ภายใต้แนวคิด “นอรท์ อีส - เดิน : NORTHEAST MODERN พรอ้มสรรพ | ปรับตัว | ม่วนมิตร”
เทศกาลที่นำเสนอความ "เดิ้น" ของอีสานในโลกยุคใหม่ ที่ไม่ใช่ความฉูดฉาด แต่คือความมั่นใจในคุณค่าของตนเอง
20 จังหวัดในภูมิภาคอีสานมีศักยภาพที่หลากหลาย ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา พื้นที่ชายแดน เกษตรกรรม และการ ท่องเที่ยว แต่ละพื้นที่ มีจุดแข็งเฉพาะของตนเอง อีสานจึงไม่ใช่เพียงภูมิภาคขนาดใหญ่
แต่คือ “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่พรอ้มพัฒนาเป็นธุรกิจสรา้งสรรค์และระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่ในระดับภูมิภาค
จากคําถามว่าอีสาน “มีอะไร” สู่คําตอบว่าอีสาน “ทําอะไรได้” ร่วมพิสูจน์ศักยภาพ NORTHEAST ฉบับ MODERN ที่ทั้งมั่นใจ แข่งขันได้เปิดกว้าง และยังคงความเป็นมิตรในแบบ ฉบับอีสาน
แกนแนวคิดหลักของเทศกาลฯ พร้อมสรรพ (ABUNDANCE) อีสานรุ่มรวยด้วยวัฒนธรรม สินทรัพย์ ท้องถิ่น อาหาร ดนตรีศิลปะ และธรรมชาติที่หลากหลาย ทุกองค์ประกอบ
สะท้อนถึงความ “พรอ้มสรรพ” ที่เป็นโอกาสในการต่อยอดอย่างสร้างสรรค์พรอ้มเสิรฟ์ ประสบการณ์อีสานสู่สายตาโลก
ปรับตัว (ADAPTATION) “การปรับตัว” คือหัวใจของวิถีชีวิตชาวอีสาน ที่สามารถนํารากวัฒนธรรมดั้งเดิมมาประยุกต์ให้สอดคล้องกับยุคสมัย อยู่เสมอ ไม่เพียงทําให้อยู่รอด กระบวนการนี้ ยังเชื่อมโอกาสทางธุรกิจ
ส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขัน และสรา้งความเข้มแข็งให้ภูมิภาคท่ามกลางโลกที่ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ม่วนมิตร (CONNECTIVITY) “ความม่วน” มิตรภาพ และความอบอุ่น คือพลังแห่งการเชื่อมโยงผู้คน
จากหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม สรา้งบรรยากาศแห่งการพบปะ แลกเปลี่ยน และความคิดสรา้งสรรค์
ที่เต็มไปด้วยโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจที่ทําให้ ภูมิภาคน ี เติบโตอย่างร่วมสมัยและมั่นคง
พื้นที่จัดงานและรูปแบบกิจกรรม เทศกาลอีสานสรา้งสรรค์ 2569 จัดขึ้นเป็นเวลา 9 วัน ระหว่างวันที่ 11 - 19 กรกฎาคม 2569
ใน 4 พื้นที่ หลัก ได้แก่ TCDC ขอนแก่น, เซ็นทรลัขอนแก่น แคมปัส, ย่านเศรษฐกิจสรา้งสรรค์ศรีจันทร์และศูนย์การประชุมและแสดงสินค้า นานาชาติไคซ์รวมถึงพื้นที่ อื่นๆ ในภาคอีสาน
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและขั้นตอนการสมัครได้ที่ >>> https://drive.google.com/drive/folders/1HJ5v5QLjGMu8cFiZWMDnGWGS6aYCOTWN
ติดตามความเคลื่อนไหว www.Isancreativefestival.com FB/IG: Isancreativefestival #ISANCREATIVEFESTIVAL #เทศกาลอีสานสรา้งสรรค์ #ISANCF2026 #NORTHEASTMODERN
ในยุคที่นิยามของคำว่า "บ้าน" เปลี่ยนไป สัตว์เลี้ยงได้ขยับฐานะจากผู้เฝ้าบ้านสู่ "สมาชิกคนสำคัญในครอบครัว" อย่างเต็มรูปแบบ กระแสนี้ไม่ได้สร้างแค่ความสุขทางใจ แต่กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะเทรนด์ Longevity หรือการส่งเสริมให้สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ซึ่งถือเป็นขุมทรัพย์ที่ SME ไทยไม่ควรมองข้าม
หัวใจสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องตระหนักคือ เจ้าของยุคใหม่ไม่ได้ต้องการแค่สินค้าราคาถูก แต่ต้องการ "ทางออกด้านสุขภาพ" * Preventive Care: SME สามารถสร้างจุดต่างด้วยการให้ข้อมูลเรื่องการป้องกันโรค (เช่น โรคนิ่วในแมว) แทนที่จะรอให้ป่วยแล้วค่อยรักษา
Prescription Diet: ตลาดอาหารประกอบการรักษาโรค หรือโภชนาการเฉพาะทาง (เช่น โรคไต หัวใจ ผิวหนัง) มีความต้องการสูงมาก เพราะเป็นสินค้าที่ "ขาดไม่ได้" สำหรับสัตว์ป่วย
การทำตลาดแบบเหมารวมใช้ไม่ได้อีกต่อไป SME ต้องเข้าใจพฤติกรรมที่ต่างกันสุดขั้ว:
Gen Z (ดาวรุ่งพุ่งแรง): เน้นความสะดวกผ่าน E-commerce ตัดสินใจซื้อจาก "คอนเทนต์" ที่น่าสนใจ ชอบทดลองแบรนด์ใหม่ๆ ไม่ยึดติดชื่อเสียงเดิมๆ (กลยุทธ์: ทำคลิปสั้น เน้น Visual และเปิดร้านบนแพลตฟอร์มออนไลน์)
Gen X (พี่ใหญ่สายเปย์): มียอดใช้จ่ายต่อเดือนสูงถึง 5,000-6,000 บาท เน้นความคุ้มค่าระยะยาวและความน่าเชื่อถือ มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์สูง (กลยุทธ์: สร้างโปรแกรมสมาชิก (Loyalty Program) และเน้นบริการหลังการขายที่จริงใจ)
ด้วยไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม ตลาดแมวจึงเติบโตแซงหน้าสุนัขอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากใช้พื้นที่น้อยและเงียบสงบ ขณะที่ฝั่งสุนัขเองก็เปลี่ยนเทรนด์สู่สายพันธุ์เล็ก เช่น ปอมเมอเรเนียน หรือชิวาวา
โอกาส SME: พัฒนาสินค้าหรือบริการที่ตอบโจทย์พื้นที่จำกัด เช่น เฟอร์นิเจอร์สัตว์เลี้ยงแบบ Multifunction หรือบริการทำความสะอาดสำหรับสัตว์เลี้ยงในคอนโด
เทคนิคการขายที่น่าสนใจคือการนำเสนอแนวคิด Feeding Cost Per Day (ค่าใช้จ่ายต่อวัน) แทนที่จะมองแค่ราคาต่อถุง
สอนให้ลูกค้ารู้ว่าอาหารเกรดพรีเมียมที่ดูดซึมได้มากกว่า 90% แม้ราคาต่อถุงสูงกว่า แต่สัตว์กินปริมาณน้อยกว่า สุขภาพดีกว่า และช่วยประหยัดค่ารักษาพยาบาลในระยะยาวได้มหาศาล
ในยามวิกฤตหรือต้นทุนพุ่งสูง SME ควรยึดหลักการอยู่ร่วมกันกับพันธมิตร (เช่น ขนส่ง หรือ Supplier) แบกรับความเสี่ยงร่วมกัน และจัดลำดับความสำคัญของสินค้า สินค้าประเภท "จำเป็นต่อชีวิต" (Priority 1) ต้องไม่ขาดสต็อก เพื่อรักษาฐานลูกค้าและความเชื่อใจในระยะยาว
สรุปสำหรับผู้ประกอบการ: ตลาดสัตว์เลี้ยงในปัจจุบันไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่คือการขาย "คุณภาพชีวิต" SME ที่สามารถส่งมอบความรู้คู่โภชนาการที่ถูกต้อง และปรับตัวตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของแต่ละ Generation จะเป็นผู้ที่อยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในสมรภูมินี้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: * บทสัมภาษณ์ นสพ.จดล สุวรรณฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรยัล คานิน (ประเทศไทย) จำกัด ผ่านทาง PostToday
วิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและเพดานราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ไม่ใช่แค่เรื่องของ "ราคาน้ำมันหน้าปั๊ม"
แต่นี่คือสัญญาณเตือนภัยที่กระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต การขนส่ง และกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจ SME
เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวทันโลก นี่คือกลยุทธ์ "ทางรอด" และการถอดรหัสมาตรการโลกสู่แนวปฏิบัติสำหรับธุรกิจขนาดกลางและย่อม
จากสถานการณ์ในต่างประเทศ SME สามารถนำมาปรับใช้เป็นกลยุทธ์ภายในองค์กรได้ดังนี้:
กลยุทธ์การปันส่วน (Rationing Logic): เหมือนที่สโลวีเนียและศรีลังกาใช้ SME ควรเริ่มทำ "บัญชีพลังงาน" แยกส่วนการใช้เชื้อเพลิงตามลำดับความสำคัญ (Priority) เช่น ให้โควตาน้ำมันสูงสุดกับสายส่งสินค้าที่ทำกำไร มากกว่าสายส่งบริการหลังการขายที่ไม่เร่งด่วน
โมเดลบริหารเวลาทำงาน (Flexible Operation): เลียนแบบฟิลิปปินส์หรือบังกลาเทศ ด้วยการปรับมาใช้ 4-Day Work Week หรือ Hybrid Work เพื่อลดค่าไฟฟ้าในสำนักงานและค่าน้ำมันในการเดินทางของพนักงาน ซึ่งช่วยรักษา "สภาพคล่อง" ในกระเป๋าพนักงานได้โดยไม่ต้องขึ้นเงินเดือนในทันที
การจัดการสต็อกแบบจีน (Strategic Buffer): หากธุรกิจต้องใช้เชื้อเพลิงหรือวัตถุดิบที่ผันผวนตามราคาน้ำมัน การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือการบริหารสต็อกให้ครอบคลุมรอบการผลิต 2-3 เดือน จะช่วยลดความเสี่ยงจากการ "ช็อก" ของราคาในระยะสั้น
ในวันที่น้ำมันแพง การขนส่งคือจุดตายของ SME:
Route Optimization: ใช้เทคโนโลยีแผนที่คำนวณเส้นทางที่สั้นที่สุดและเลี่ยงรถติด ลดการเดินรถเที่ยวเปล่า (Backhauling)
Collaborative Logistics: จับคู่กับพันธมิตรธุรกิจในระแวกใกล้เคียงเพื่อแชร์รถขนส่งสินค้าไปในเส้นทางเดียวกัน
EV Transition: ศึกษาการเปลี่ยนผ่านสู่รถขนส่งไฟฟ้าในระยะยาว เพื่อรับอานิสงส์จากนโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาดที่มักมาคู่กับวิกฤตน้ำมัน
มาตรการจากเกาหลีใต้ที่กลับไปใช้พลังงานนิวเคลียร์ สะท้อนให้เห็นว่าความมั่นคงทางพลังงานต้องมีความหลากหลาย สำหรับ SME ไทย:
Solar Rooftop: การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในสถานประกอบการอาจดูเป็นการลงทุนสูงในตอนแรก แต่ในภาวะที่ค่าไฟฟ้าพุ่งตามราคาก๊าซธรรมชาติ (เหมือนในยุโรป) จุดคุ้มทุนจะสั้นลงอย่างมาก
Energy Audit: ตรวจสอบรอยรั่วของพลังงานในโรงงานหรือร้านค้า เช่น การล้างเครื่องปรับอากาศสม่ำเสมอ หรือการเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ทั้งหมด
เยอรมนีและออสเตรียมีกฎเหล็กเรื่องการปรับขึ้นราคาที่เข้มงวด SME เองก็ควรระวังเรื่องการปรับราคาสินค้า:
Value-Based Pricing: หากจำเป็นต้องขึ้นราคาเนื่องจากต้นทุนขนส่ง ให้เน้นการสื่อสารเรื่อง "คุณค่า" หรือ "บริการเสริม" แทนการประกาศขึ้นราคาดื้อๆ
Transparency: บอกกล่าวลูกค้าถึงสถานการณ์ต้นทุนอย่างจริงใจ เพื่อสร้างความเข้าใจและความรอยัลตี้ในระยะยาว
วิกฤตน้ำมันครั้งนี้ไม่ใช่แค่พายุที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่มันคือการเร่งให้ธุรกิจต้องเข้าสู่โหมด "Lean" หรือการบริหารจัดการที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุด SME ที่ปรับตัวได้เร็ว มีการสำรองทรัพยากรที่เหมาะสม และกล้าที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด จะไม่เพียงแค่รอดตาย แต่จะมีความแข็งแกร่งกว่าคู่แข่งเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
อ้างอิงข้อมูลต้นฉบับ: กรุงเทพธุรกิจ - ลดภาษี-ตรึงราคา-ขนส่งสาธารณะฟรี-ห้ามส่งออก เปิดมาตรการรับมือน้ำมันแพงทั่วโลก