การปิดกิจการไม่ได้หมายถึงการหยุดขายสินค้าหรือบริการเท่านั้น แต่ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย บัญชี และภาษีอย่างครบถ้วน เพื่อป้องกันภาระผูกพัน ค่าปรับ หรือปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
1. จัดประชุมผู้ถือหุ้นและมีมติเลิกบริษัท
บริษัทต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติเลิกกิจการ พร้อมแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีเป็นผู้ดำเนินการปิดบริษัทตามกฎหมาย
2. จดทะเบียนเลิกบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
หลังมีมติเลิกกิจการ ต้องยื่นจดทะเบียนเลิกบริษัทภายใน 14 วัน พร้อมแจ้งเจ้าหนี้และผู้เกี่ยวข้องให้รับทราบ
3. ดำเนินการชำระบัญชี
ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่รวบรวมทรัพย์สิน ชำระหนี้สิน เรียกเก็บหนี้ค้างรับ และจัดทำงบการเงิน ณ วันเลิกกิจการ รวมถึงรายงานความคืบหน้าต่อ DBD เป็นระยะจนกว่าการชำระบัญชีจะแล้วเสร็จ
ยกเลิกทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
หากบริษัทจดทะเบียน VAT ต้องแจ้งเลิกทะเบียนภายใน 15 วันนับจากวันจดทะเบียนเลิกบริษัท และยังคงต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 จนกว่ากรมสรรพากรจะอนุมัติการเลิกทะเบียน
ยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลรอบสุดท้าย
บริษัทต้องจัดทำงบการเงินและยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 สำหรับรอบบัญชีสุดท้ายภายใน 150 วัน พร้อมชำระภาษีค้างชำระ (ถ้ามี)
จัดการภาระผูกพันอื่น ๆ
เช่น การแจ้งปิดกิจการต่อสำนักงานประกันสังคม การชำระค่าจ้างหรือเงินชดเชยพนักงาน และการยกเลิกใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการควรเข้าใจคือ การจดทะเบียนเลิกบริษัทไม่ใช่การสิ้นสุดกระบวนการทันที แต่ยังต้องดำเนินการชำระบัญชีและจัดการภาระผูกพันต่าง ๆ จนเสร็จสิ้น จึงจะถือว่าการปิดบริษัทสมบูรณ์ การปิดบริษัทอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงจากค่าปรับ ข้อพิพาท และภาระทางกฎหมายในอนาคต ทำให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนเริ่มต้นธุรกิจใหม่ได้อย่างมั่นใจ
✨ TED Fund เปิดรับสมัคร Startup ร่วมขอรับทุนโครงการ Support for Startups Go to Market 2026
สนับสนุนสตาร์ทอัพไทยที่ต้องการต่อยอดธุรกิจ เข้าสู่ตลาด และขยายโอกาสเชิงพาณิชย์
ทั้งด้าน Spin-off Technology, SME Technology Transfer และ Startup New Market Entry
💰 ทุนสนับสนุนสูงสุด 2 ล้านบาท 🗓️ เปิดรับสมัคร 22 พ.ค. – 19 มิ.ย. 2569 (ปิดรับ 12.00 น.)
📌 คุณสมบัติผู้สมัคร
‣ นิติบุคคลไทย อายุเกิน 1 ปี ผู้ถือหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 51%
‣ มีงบการเงินและเอกสารภาษีถูกต้อง
‣ มีผลิตภัณฑ์/บริการด้านเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่ผ่าน POC แล้ว
‣ มีแผน Go-to-Market หรือ Technology Transfer ชัดเจน
‣ อยู่ในกลุ่ม Technology Spin-Offs, SME Technology Transfer หรือ Startup New Market Entry
‣ ไม่ได้รับทุนซ้ำซ้อน และไม่เคยได้รับทุน Startups for Startups
🔗 สมัคร: tedfunding.mhesi.go.th
🔗 รายละเอียด: https://tedfund.mhesi.go.th/support/startups-for-startups/information
สอบถามเพิ่มเติม
📨 : tedstaff@mhesi.go.th
📞 065-986-0854 (เกรียงศักดิ์)
ในยุคที่ธุรกิจเปลี่ยนเร็ว “ความรู้” คืออาวุธสำคัญของผู้ประกอบการ
และการลงทุนที่ดีที่สุด คือการลงทุนกับการพัฒนาตัวเอง
เดือนนี้ สสว. รวบรวมหลักสูตรออนไลน์และออฟไลน์สำหรับผู้ประกอบการ SME ให้เรียนฟรีแบบจัดเต็ม ครอบคลุมทั้งการตลาด เทคโนโลยี การเงิน และการพัฒนาธุรกิจ เพื่อช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างยั่งยืน
เรียนรู้แนวทางการเปลี่ยนผ่านธุรกิจแบบดั้งเดิมสู่ยุคดิจิทัล
พร้อมเทคนิคการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
เข้าใจพื้นฐานการเงิน การจัดการต้นทุน และการวางแผนบัญชีสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เพื่อสร้างระบบการเงินที่มั่นคง
อัปเดตเทรนด์การตลาดยุคใหม่ พร้อมเรียนรู้การใช้ AI เพื่อช่วยสร้างคอนเทนต์ วิเคราะห์ลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาด
เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
อัปเดตความรู้ทันเทรนด์ธุรกิจยุคใหม่
เรียนได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
เพิ่มทักษะเพื่อพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน
ความรู้ไม่มีวันหมดอายุ
และโอกาสดีๆ แบบ “เรียนฟรี” ก็ไม่ได้มีบ่อย
เริ่มพัฒนาตัวเองวันละนิด เพื่อสร้างธุรกิจที่แข็งแรงและเติบโตได้ในระยะยาว
SME Academy 365 และ SME Media ของ สสว.
เหนื่อยไหมกับการต้องหอบแฟ้มเอกสารพะรุงพะรังเพื่อไปติดต่อราชการหลาย ๆ ที่? ลืมภาพจำแบบเดิม ๆ ไปได้เลย เพราะตอนนี้ภาครัฐได้เปิดตัว SME One ID กุญแจสำคัญที่จะเข้ามาพลิกโฉมการทำธุรกิจ โดยการเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ประกอบการเข้ากับทุกหน่วยงานรัฐในหนึ่งเดียว เปรียบเสมือนบัตรประชาชนใบเดียวที่ช่วยให้คุณเข้าถึงทุกบริการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
หากคุณเป็นผู้ประกอบการ SME นี่คือสิ่งที่คุณจะได้รับทันทีหลังจากลงทะเบียน:
Single Sign-on (เข้าสู่ระบบครั้งเดียวจบ): ลงชื่อเข้าใช้งานเพียงครั้งเดียว ก็สามารถเข้าถึงระบบบริการและการส่งเสริมของภาครัฐได้ทุกแห่ง ไม่ต้องจำรหัสผ่านหลายระบบให้ปวดหัว
เข้าถึงแหล่งทุนและงานอบรมตรงจุด: รับข่าวสาร โครงการช่วยเหลือ แหล่งเงินทุน และงานสัมมนาพัฒนาศักยภาพที่คัดสรรมาแล้วว่า "ใช่" และเหมาะสมกับประเภทธุรกิจของคุณที่สุด
รับแต้มต่อในการสร้างรายได้: ได้รับสิทธิประโยชน์ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) ซึ่งเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ช่วยให้ร้านค้าเล็ก ๆ หรือเสือปืนไว สามารถก้าวเข้าไปเป็นคู่ค้าและขายสินค้าให้กับหน่วยงานราชการได้ง่ายขึ้น
SME One ID ไม่ใช่แค่ระบบลงทะเบียนทั่วไป แต่เป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ไม่ควรพลาด สมัครวันนี้เพื่อรักษาสิทธิ์ รับแต้มต่อทางธุรกิจ และไม่พลาดทุกการสนับสนุนที่ภาครัฐตั้งใจมอบให้คุณ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ Portal กลางสำหรับผู้ประกอบการ SME (smeone.info)
ธนาคารไม่ได้มองแค่ว่าคุณมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ แต่มองลึกไปถึงว่าคุณมี "ความสามารถในการชำระหนี้" หรือไม่ การเตรียมตัวที่ดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง นี่คือเทคนิคการเตรียมเอกสารและวิธีเตรียมตัวก่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่สินเชื่อเพื่อเพิ่มโอกาสผ่านฉลุย
การทำให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อเปรียบเสมือนการสร้างความมั่นใจให้ผู้ร่วมทุน โดยมี 3 ส่วนสำคัญที่ต้องจัดการให้เป็นมืออาชีพ ดังนี้
เดินบัญชีให้มีเงินเข้า-ออกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแสดงให้เห็นถึงยอดขายและการหมุนเวียนธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง
ระยะเวลาที่ต้องเตรียม: ย้อนหลังอย่างน้อย 6-12 เดือน
ข้อควรระวัง: หลีกเลี่ยงการฝากเงินก้อนใหญ่ทีเดียวก่อนยื่นกู้ เพราะธนาคารจะมองว่าเป็นการตกแต่งบัญชี
ธนาคารต้องการทราบปลายทางของเงินและสิทธิ์ในการได้เงินคืน แผนธุรกิจของคุณจึงต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้:
วัตถุประสงค์การใช้เงิน: กู้ไปทำอะไร (เช่น ซื้อเครื่องจักรใหม่, ขยายสาขา, เพิ่มกระแสเงินสดหมุนเวียน)
การสร้างรายได้: เงินกู้นั้นจะช่วยสร้างรายได้กลับมาเท่าไหร่ และมีแผนสำรองอย่างไรหากธุรกิจไม่เป็นไปตามเป้า
ประวัติทางการเงินในอดีตคือตัวตัดสินอนุมัติในปัจจุบัน
เช็กเครดิตบูโร (Credit Bureau): ตรวจสอบสถานะหนี้เสียหรือประวัติการชำระล่าช้าของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนยื่นกู้
รักษาประวัติ: เคลียร์ยอดค้างชำระให้อยู่ในสถานะปกติอย่างน้อย 3-6 เดือนก่อนยื่นขอสินเชื่อใหม่
การกู้เงินธนาคารแท้จริงแล้วคือการ "ขายความเชื่อมั่น" ยิ่งเอกสารและหลักฐานของคุณมีความชัดเจน โปร่งใส และเป็นมืออาชีพมากเท่าไหร่ โอกาสที่ธนาคารจะอนุมัติวงเงินกู้ก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: สมาคมธนาคารไทย และคำแนะนำด้านการขอสินเชื่อจาก SME Development Bank