รายชื่อผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการระดมทุนผ่านตลาดทุน (PP-SME)

โครงการส่งเสริมการระดมทุนผ่านตลาดทุน (PP-SME) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นโครงการส่งเสริมให้ SME สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในตลาดทุนได้มากขึ้น โดยสามารถขายหุ้นและหุ้นกู้แปลงสภาพได้ต่อบุคคลในวงจำกัด โดยไม่ต้องยื่นคำขออนุญาตกับสำนักงาน ก.ล.ต

โดยผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ https://event.smeone.info

รายชื่อกิจการที่ได้ลงทะเบียน อัพเดทล่าสุดวันที่ 15 ก.ย. 64 ดังนี้

  1. โฮมเฮิร์บ 2020
  2. บนกองเงินกองทอง
  3. ฮอร์แกไนซ์
  4. นิว สเต็ป เอเชีย
  5. บุญชยะสมบัติ
  6. บริษัท ทูพีบีเอ็น ฟู้ด จำกัด
  7. บริษัท วัลแคน โคอะลิชั่น จำกัด
  8. บริษัท ด็อกเตอร์โซล(ไทยแลนด์) จำกัด
  9. ตรังประดิษฐ์ไม้ วู้ดส์ แอนด์ เฟอร์นิเจอร์
  10. แม่ทมของอร่อย
  11. ดี ไนน์ตี้ แคปปิตอล
  12. โชคนำชัย ไฮ-เทค เพรสซิ่ง
  13. สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น
  14. บริษัท สมาร์ทคอนแทรคท์ (ไทยแลนด์) จำกัด
  15. บริษัท แนบโซลูท จำกัด
  16. อีเว้นท์ ป็อป
  17. นาสเกต รีเทล
  18. อภิวานิช ครีเอชั่น
  19. ดิวเทค
  20. ค็อบ เทคโนโลยี
  21. คิว บ็อคซ์ พอยท์
  22. เก็ทลิงส์ (ไทยแลนด์)
  23. รีคัลท์ (ประเทศไทย)
  24. เทรคอน (เว็บไซต์)
  25. ฟลิง
  26. ครีเอท โซลูชั่น เซ็นเตอร์
  27. 10 บิต เดเวลอปเมนต์
  28. เวนิวอี
  29. นอร์วิส
  30. เทเลเมดิก้า
  31. โพลาร์ แบร์ มิชชั่น
  32. บริษัท บิลมีเวนเจอร์ จำกัด
  33. ฮับบา
  34. คอนโดไทย
  35. เฮลท์ แอท โฮม
  36. เอสซี สปาร์ค โซลูชั่น
  37. จูซอินโนฟเอท
  38. ชีวีบริรักษ์
  39. โนวา กรีน เพาเวอร์ ซิสเท็ม
  40. กอล์ฟดิกก์
  41. ฉลาด อินโนเวชั่น
  42. คลาวด์คอมเมิร์ซ
  43. เพ็ท พอว์
  44. โฮมดอทเทค
  45. อีทราน (ไทยแลนด์)
  46. ไฟว์ลูป
  47. คิว คิว (ประเทศไทย)
  48. นอร์วิส
  49. ฟาสต์เวิร์ค เทคโนโลยีส์
  50. ซีคสเตอร์
  51. ดับเบิ้ลยู สมาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด
  52. เปื้อนฝุ่น
  53. เอสเอ็มอี มอล
  54. โกลบอล ฟินเทค
  55. เอเซีย แปซิฟิค อีโคโนมิค ฟาวน์เดชั่น
  56. แอล2อาร์
  57. บริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด 
  58. บริษัท วอนเดอร์(ไทยแลนด์) จำกัด 
  59. บีเคเค ออริจินัล
  60. วัซซาดุ ทรานส์มีเดีย
  61. ครีเดน เอเชีย
  62. แฮป (ประเทศไทย)
  63. บริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด
  64. บริษัท วอนเดอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด
  65. วันชนะออนไลน์
  66. เอสพีอาร์ ฟู๊ด อินดัสทรี
  67. บริษัทเพื่อนแท้ ลิสซิ่ง จำกัด
  68. ช่างไทยมือโปร
  69. บนกองเงินกองทองแอ๊คเคาท์ติ้ง
  70. คอร์แล็บ โกลบอล
  71. คัมปรา โฮลดิ้ง
  72. บริษัท คาริเบอร์ จำกัด
  73. โพสิทิฟ กรุ๊ป
  74. อินเตอร์บิซ (ประเทศไทย)
  75. บริษัท ทีเคโอ โบร จำกัด
  76. ที ดับบลิว ซี โมดูลาร์
  77. สยาม เค พี ที
  78. คอร์ปจูริสท์
  79. วี เชฟ (ประเทศไทย)
  80. 945 โฮลดิ้ง
  81. เวิร์คกิ้ง
  82. อาวาลอน นูทรีมาร์ท
  83. กราวน์บิสซิเนส
  84. สหเศรษฐสิริ อินเตอร์เนชั่นแนล
  85. เอชจี โรโบติกส์
  86. หนึ่งศูนย์เก้า
  87. ไอดา เมดิคอล
  88. เพอร์เซพชั่น โค้ดส์
  89. เทคซอส มีเดีย
  90. ดิ ออมเลต
  91. ทิพวัติเทรด
  92. ฟาร์ม่าเฮอร์เบิล
  93. ฏีม เอนเตอร์ไพรส์
  94. เอ็น.ดับเบิลยู.ไฟน์เนสท์ โพรดักส์
  95. สวิฟท์ ไดนามิคส์
  96. สปีดี้แคช

Update on 15 ก.ย. 64

สมัครและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://event.smeone.info

ตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ คลิก!!

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในวันและเวลาทำการ โทร. 02-263-6254, 02-263-6249, 02-298-3171, 094-542-9360

หรือทางอีเมลที่ : sme@sec.or.th 


SMEONE “เพิ่มโอกาสให้ SME ไทย”

บทความแนะนำ

ขอเชิญร่วมงานกิจกรรมสัมนา โครงการ "Connect the Dot for SME "

📣 งานฟรี! ที่ไม่อยากให้ชาว SME พลาด กับโอกาสที่จะผลักให้ธุรกิจเชื่อมต่อบริการต่างๆ ของภาครัฐได้ง่ายยิ่งขึ้น
.
📌 ที่นั่งจำนวนจำกัด! สนใจเข้าร่วมงานอีเว้นท์ SMEONE ลงทะเบียนได้ที่นี่ : https://forms.gle/5XofwtFXJUrFR5rc9
.
📌 พบการเปิดตัวเว็บไซต์ SMEONE อย่างเป็นทางการ เว็บไซต์ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณเชื่อมต่อกับบริการต่างๆ ของรัฐบาลได้ง่ายกว่าเดิม เพิ่มโอกาสและต่อยอดธุรกิจได้ไกลยิ่งขึ้น
.
พิเศษเฉพาะในงาน! พูดคุยกับกูรูธุรกิจชื่อดัง
🔹วันจันทร์ที่ 14 กันยายน : พบกับคุณมารุต ชุ่มขุนทด CEO จาก Class Cafe ที่จะมาไขความลับกลยุทธ์เด็ด ในการบริหารจัดการธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ
🔹วันอังคารที่ 15 กันยายน : พบกับคุณแทน ที่ปรึกษาธุรกิจชื่อดัง จาก I-TAN ที่จะมาแชร์เทคนิคและเคล็ดไม่ลับสำหรับการทำธุรกิจในยุคนี้
.
พบกันวันจันทร์ที่ 14 และ วันอังคารที่ 15 กันยายน นี้
🔹เวลา 12.00 - 15.00 น. ที่ Class Cafe สามย่าน
.
คุณสมบัติผู้เข้าร่วมงาน
- ผู้ประกอบการ SME ที่เป็นสมาชิก สสว. ทั้งนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนกับหน่วยงานของรัฐ

Published on 8 September 2020
SMEONE “ทุกเรื่องครบ…จบในที่เดียว”

 

บทความแนะนำ

การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ Global Digitalization Model for MSMEs (Born Global Digitalization Model for MSMEs : Post COVID-19)

  • การสัมมนาเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้จากผู้ประกอบการต่างประเทศ  โดยครอบคลุมทั้งในด้านระบบนิเวศน์ธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Ecosystem) ของ SME ในต่างประเทศ และ Digital & Non Digital Platforms พร้อมเรียนรู้จากผู้ประกอบการไทยที่ประสบความสำเร็จในการนำความคิดสร้างสรรค์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสู่การเป็น SME Born Global ในวันที่ 8 กันยายน 2563 ณ ห้อง Mayfair ชั้น 11 โรงแรมเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร 
  • ลงทะเบียนเข้าร่วมการสัมมนา พร้อมดูกำหนดการได้ที่  http://www.itd.or.th/th/event/itdevent08092020/ หรือ https://born-global.web.app/register-bkk

สอบถามเพิ่มเติม : คุณนันทวุฒิ, คุณปิยนุช 
090-199-4686 หรือ 089-787-5558

Published on 3 September 2020
SMEONE “ทุกเรื่องครบ…จบในที่เดียว”

สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนขอสินเชื่อธุรกิจ

หัวข้อ : ขอสินเชื่อธุรกิจต้องใช้อะไรบ้าง
อ่านเพิ่มเติม :https://www.bangkokbanksme.com/en/loan-business

 

สำหรับผู้ประกอบการที่ธรุกิจเติบโตรวดเร็วจนอยากขยายกิจการ หรือธุรกิจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง จนทำให้ต้องปรับโครงสร้างใหม่ในระยะเวลาสั้น ๆ เจ้าของต้องวางแผนให้ดีว่าจะจัดการหาเงินทุนมาอุดรอยรั่วในส่วนนี้อย่างไรให้ธุรกิจยังดำเนินต่อไปได้ไม่มีสะดุด และสิ่งหนึ่งที่จะช่วยคุณได้ คือ การขอสินเชื่อเอสเอ็มอี

โดยขั้นแรกลองไตร่ตรองถึงสิ่งเหล่านี้ดูก่อนที่ขอสินเชื่อ

  • ทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อนว่าคุณต้องการนำเงินไปทำอะไร 
  • มีแผนอย่างไร 
  • มีความจำเป็นต่อธุรกิจมากแค่ไหน  
  • ต้องการสินเชื่อเท่าไหร่
  • ถ้าไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้จะทำอย่างไร 

เมื่อเข้าใจตรงกันดีแล้วก็มาดูว่า หากจะขอสินเชื่อธุรกิจต้องรู้อะไรบ้าง

 

ขั้นแรก 

เอกสารที่ใช้ในการขอสินเชื่อ ธุรกิจ

  • สำเนางบการเงินปีล่าสุด และย้อนหลังไม่น้อยกว่า 3 ปี
  • สำเนาแสดงรายการภาษีเงินได้ประจำปี
  • สำเนาเอกสารสิทธิในทรัพย์สินที่เสนอเป็นหลักประกัน
  • แผนที่แสดงที่ตั้งสถานประกอบการ

 

เอกสารอื่น ๆ  เช่น

  • สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย หรือสัญญามัดจำ
  • สำเนาโฉนดที่ดิน หรือสำเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์
  • สัญญากู้เงิน และสัญญาจำนองจากสถาบันการเงินเดิม
  • ในกรณีมีผู้กู้ร่วม จะต้องมีหลักฐานประจำตัว และหลักฐานรายได้ของผู้กู้ร่วม
  • ในกรณีที่ขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจ สิ่งที่จำเป็นคือแผนธุรกิจ เช่น แผนธุรกิจของ SMEs แผนโครงการที่ต้องการดำเนินการ

ทั้งนี้ เอกสารในการยื่นขอสินเชื่อแต่ละประเภทอาจแตกต่างกันออกไป ดังนั้น เราควรศึกษาหรือสอบถามรายละเอียดจากผู้ให้สินเชื่ออีกครั้ง นอกจากนี้ ในการขอสินเชื่ออาจมีแบบฟอร์มอื่น ๆ ที่แนบมา ซึ่งเราควรพิจารณาก่อนกรอกข้อมูลและลงนาม เช่น แบบคำยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เพื่อขอตรวจสอบประวัติเครดิตจาก เครดิตบูโร และนำมาวิเคราะห์การให้วงเงินสินเชื่อที่เหมาะสม

แบบคำขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของผู้ให้สินเชื่อติดต่อ แนะนำสินค้าอื่น หรือให้ข้อมูลแก่ผู้อื่น ซึ่งเรามีสิทธิเลือกที่จะลงนามหรือไม่ก็ได้

ใบคำขอประเภทอื่น เช่น คำขอมีบัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล หรือบริการแจ้งเตือน SMS

 

การค้ำประกันและหลักประกัน 

เพื่อลดความเสี่ยงและยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่า ผู้ประกอบการมีความมั่นใจว่าธุรกิจนี้จะประสบความสำเร็จ โดยหลักทรัพย์ที่นิยมนำมาเป็นหลักประกัน เช่น เงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงิน หุ้นกู้ และอสังหาริมทรัพย์ ในกรณีสินเชื่อที่มีบุคคลค้ำประกัน สถาบันการเงินก็จะพิจารณาถึงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันด้วย

 

อัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อธุรกิจ

เชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยเป็นหนึ่งในข้อพิจารณาของผู้ขอสินเชื่อหลาย ๆ คน 

  • อัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารจะมีการคิดในอัตราที่ไม่เหมือนกัน แต่จะไม่เกินไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้
  • อัตราดอกเบี้ยจะขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น สินเชื่อที่ไม่ใช้หลักทรัพย์จะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าสินเชื่อที่ใช้หลักทรัพย์ เนื่องจากธนาคารรับความเสี่ยงที่สูงกว่า
  • ประเภทสถาบันการเงินก็จะมีกฎหมายในการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ต่างกัน

 

เกณฑ์ที่สถาบันการเงินใช้พิจารณาสินเชื่อ

ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจะขึ้นอยู่กับนโยบายและหลักเกณฑ์ของผู้ให้สินเชื่อแต่ละราย โดยทั่วไปแล้วมีปัจจัยหลัก ๆ ที่ใช้ประกอบการพิจารณา คือ

  • นโยบายสินเชื่อของผู้ให้สินเชื่อ เช่น ผู้ให้สินเชื่ออาจกำหนดว่าผู้ยื่นขอสินเชื่อต้องไม่มีประวัติการค้างชำระในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง หรืองดให้สินเชื่อแก่ลูกค้าใหม่ในกลุ่มอาชีพหรือกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
  • วัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อ เช่น ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ หรือลงทุนขยายโรงงาน ซึ่งจะเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคต

 

5 คุณลักษณะและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ขอสินเชื่อธุรกิจ

  1. คุณลักษณะและความน่าเชื่อถือของผู้ขอสินเชื่อ วินัยในการใช้และการชำระสินเชื่อในอดีต ซึ่งบอกถึงความสามารถในการใช้หนี้และการบริหารจัดการสินเชื่อ เช่น
  • กรณีบุคคลธรรมดาอาจพิจารณา อายุ อาชีพ สถานะภาพสมรส 
  • กรณีผู้ขอสินเชื่อประกอบธุรกิจอาจพิจารณา ประเภทของธุรกิจ ประวัติของผู้บริหาร ระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจ
  1. ความสามารถในการจ่ายชำระหนี้คืนได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ รวมถึงความมั่นคงของรายได้ที่จะนำมาชำระหนี้ในอนาคต เช่น รายได้ในปัจจุบัน ภาระหนี้สินที่มีอยู่ ประวัติการชำระยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและสินเชื่ออื่น ๆ
  2. เงินทุน สินทรัพย์ หรือเงินฝากของผู้ขอสินเชื่อ เพื่อเป็นหลักประกันการให้กู้ยืม ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในสินเชื่อธุรกิจ แม้ว่าสินทรัพย์เหล่านี้จะไม่ใช่แหล่งเงินสำหรับชำระหนี้ แต่จะเป็นแหล่งเงินสำรองสำหรับการชำระหนี้ของผู้ขอสินเชื่อในกรณีที่เกิดปัญหาไม่สามารถชำระหนี้ได้
  3. ผู้ค้ำประกันหรือหลักประกันที่ผู้ขอสินเชื่อนำมาจำนำ หรือจำนองเพื่อให้สถาบันการเงินมีความมั่นใจและลดความเสี่ยงหากผู้ขอสินเชื่อไม่ชำระหนี้ตามกำหนด ซึ่งสามารถให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้แทนหรือนำหลักประกันมาขายทอดตลาดได้ตามที่กฎหมายกำหนด
  4. ปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบต่อรายได้ของผู้ขอสินเชื่อ เช่น เศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ความมั่นคงในรายได้และการงาน ปัญหาสงคราม สิ่งแวดล้อม ที่มีผลกระทบต่อความเป็นไปได้ของโครงการลงทุนหรือรายได้ของผู้ขอสินเชื่อ ซึ่งจะมีผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคต

 

 

Published on 3 September 2020
SMEONE เพิ่มโอกาสให้ SME ไทย

บทความแนะนำ

เมื่อเฟซบุ๊กเปลี่ยน นักขายออนไลน์ต้องปรับ

หัวข้อ : เมื่อเฟซบุ๊กเปลี่ยน นักขายออนไลน์ก็ต้องปรับ
อ่านเพิ่มเติม :https://www.bangkokbanksme.com/en/facebook-change-marketing

 

 

ผู้บริโภคในประเทศไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการโพสต์ขายสินค้าในเฟซบุ๊ก ซึ่งข้อดีของการโพสต์ขายสินค้าบนเฟซบุ๊กคือการเข้าถึงกลุ่มลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทั้งแบบออร์แกนิคโพสต์ และการซื้อโฆษณาส่งเสริมการขาย เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น แต่หลังจากนี้การขายสินค้าในเฟซบุ๊กอาจเป็นสิ่งที่นักขายออนไลน์ต้องปรับตัวกันอีกครั้ง เมื่อเฟซบุ๊กมีการปรับเปลี่ยนเกี่ยวกับ "การโพสต์ขาย" โดยมีสาระที่น่าสนใจดังนี้

  1. การปิดกั้นการมองเห็น เมื่อพิมพ์แบบมีแนวโน้มว่าเรากำลัง "ขาย" พรีเซนต์ สินค้า หรือแม้กระทั่งรีวิว ระบบอัลกอลิทึ่มของเฟซบุ๊กจะจับว่าเป็นการขายโดน "ลดการมองเห็น" แม้แต่การพิมพ์ว่า "vาย แทนคำว่า ขาย" อาจจะใช้ได้ไม่นานเพราะในแฟนเพจเองการพิมพ์ผิดไวยากรณ์นั่นเป็นเรื่องต้องห้ามอยู่แล้ว
  2. มีการใช้ "กฎของแฟนเพจหรือบัญชีโฆษณา" นำมาปรับใช้กับ "เฟซบุ๊กส่วนตัวมากขึ้น" การโพสต์ในแบบที่ผิดกฎอย่างเช่น ก่อนและหลัง (Before - After) หรือหน้าแชทของแมสเซ็นเจอร์ (Messenger) อาจจะโดนอุ้มได้หรือโพสต์แล้วไม่ติดหายไปดื้อ ๆ ทำให้คุณรำคาญได้
  3. คนส่วนหนึ่งใช้เวลาไปกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ถ้าใครติดคือไปแล้วไปเลยนาน ๆ ที จะแวะกลับเข้ามาที่เฟซบุ๊ก
  4. มีการดันการมองเห็นในกรุ๊ป (group) มากขึ้น พยายามให้เราร่วมกลุ่มใหม่ ๆ นั่นหมายความว่าหน้าฟีดบางส่วนจะถูกตัดออกไปนั่นเอง โดยเฟซบุ๊กมีการปรับการมองเห็นของแต่ละส่วนตลอดเวลา
  5. ลองเทียบการมีส่วนร่วม (engagement) ในเฟซบุ๊กกับอินสตาแกรม ถ้าเป็นคนธรรมดาไม่ได้ทำเพจ หรือเป็นคนดังระดับดารา การที่ใครจะได้ยอดไลก์หลัก 5,000-10,000 ในอินสตาแกรม เป็นเรื่องง่ายกว่ามาก ถ้ามาดูระบบหลังบ้าน เราจะรู้เลยว่า 50,000 เพจไลก์ในเฟซบุ๊ก กับ 50,000 ฟอลโลเวอร์ในอินสตาแกรมนั้นการมีส่วนร่วมต่างกันเยอะมาก ดังนั้นการเพิ่มช่องทางการขายในอินสตาแกรมอาจช่วยได้เยอะขึ้น
  6. การไลฟ์สดยอดคนดูหาย จากแต่ก่อนจะมีคนดูไลฟ์ได้วันละหลักหมื่น ตอนนี้เหลือหลักพันก็ดีมากแล้ว โดยเฉลี่ยการมองเห็นของไลฟ์สดขายสินค้าตกเยอะมากกว่าแต่ก่อน เนื่องจาก "เฟซบุ๊กเลิกดันไลฟ์" (ตอนนี้ไปดันกรุ๊ปแทน)

อาจถึงคราวที่นักขายออนไลน์จะต้องปรับตัวกันให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเฟซบุ๊กอีกครั้ง ที่สำคัญ ระยะหลังเฟซบุ๊กเปลี่ยนเร็วมาก นักขายออนไลน์จึงไม่เพียงต้องศึกษาความเปลี่ยนแปลง แต่ยังต้องศึกษาพฤติกรรมการใช้งานแพลตฟอร์มของผู้บริโภค เพื่อวางแผนการขายออนไลน์ที่รัดกุมยิ่งขึ้น

 

 

Published on 3 September 2020
SMEONE เพิ่มโอกาสให้ SME ไทย

บทความแนะนำ