kenkoon เฟอร์นิเจอร์ครบรสทั้งในบ้านและนอกบ้าน

kenkoon เฟอร์นิเจอร์ครบรสทั้งในบ้านและนอกบ้าน 

เมื่อปัจจุบันเฟอร์นิเจอร์ไม่ได้ถูกจำกัดเพียงเพื่อการใช้ภายในอาคารแต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป จึงมีรูปแบบการใช้งานที่ถูกดัดแปลงพัฒนาไปมากขึ้นกว่าเดิมมาก แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ kenkoon จึงได้เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่พัฒนาและออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากไม้สักและสเตนเลส เพื่อให้สามารถใช้งานในรูปแบบ Amphibian Furniture คือ การใช้งานเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดียวกันได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร

.

Amphibian Furniture ผสานการใช้งานอย่างคุ้มค่า

พื้นฐานของการผลิตเฟอร์นิเจอร์ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับอิริยาบถ นั่ง นอน เป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ หรือแม้กระทั่งใช้สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นจะถูกผสมผสานคุณสมบัติบางอย่างเข้าไป เพื่อเป็นการเพิ่มคุณค่าและความคุ้มค่าให้กับผู้ใช้งาน จึงทำให้การซื้อเฟอร์นิเจอร์เปรียบเสมือนการลงทุนอย่างหนึ่งเลยทีเดียว เพราะเฟอร์นิเจอร์บางอย่างถูกผลิตขึ้นมาอย่างจำกัด หรือใช้วัสดุในการผลิตที่ไม่มีในปัจจุบันแล้ว เช่น ไม้บางชนิดที่ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว สูญพันธุ์ไปแล้วหรือมีประมาณน้อยมากจนไม่สามารถนำมาเป็นวัสดุได้อีกต่อไป จนกลายเป็นหนึ่งในประเภทของสะสมหรือถือว่าเป็นสมบัติได้ เนื่องจากความหายากทำให้กลายเป็นสิ่งของ Limited ทำมูลค่าของเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้น ๆ ให้เพิ่มขึ้นไปหลายเท่าตัว

kenkoon เกิดขึ้นจากนักออกแบบที่คลุกคลีกในวงการงานตกแต่งภายใน เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการผลิตผลิตภัณฑ์ของใช้ในเรือให้กับประเทศในแถบยุโรป สแกนดิเนเวีย จนผลักดันให้มาก่อตั้งแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ของตนเอง ทาง kenkoon ต้องการผลิตเฟอร์นิเจอร์ออกมาในรูปแบบ Amphibian Furniture โดยผสมผสานการใช้วัสดุเป็นไม้สักและสเตนเลส ที่ให้ความสวยงามและความคงทน จึงทำให้ทางแบรนด์ถูกเลือกไปเป็นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ให้กับโครงการต่าง ๆ ของโรงแรมไปจนถึงพื้นที่สาธารณะ จนก่อให้เกิดภาพลักษณ์ในสายตาผู้บริโภคว่า kenkoon เป็นแบรนด์ที่มีความหรูหรา อยู่ตามโรงแรมหรือรีสอร์ตต่างๆ แต่ในความตั้งใจหลักของทางแบรนด์ คือ การผลิตเฟอร์นิเจอร์ให้เข้ากับแบบงานออกแบบของสถาปนิก โดยใช้วัสดุที่ทาง kenkoon คัดเลือกอย่างมีคุณภาพ และมีคุณสมบัติที่มากกว่าการใช้งานเพียงที่เดียว

สินค้า Collection แรกของ kenkoon เป็นเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป แต่สิ่งที่แตกต่างจากเฟอร์นิเจอร์ในท้องตลาด คือ การที่ทางแบรนด์ผสมคุณสมบัติบางอย่างลงไปในตัววัสดุ เพื่อให้เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในบ้าน สามารถนำไปใช้ที่กลางแจ้งนอกบ้านได้ด้วย 

การเลือกสีในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ของทางแบรนด์ จะเน้นสีที่เป็นธรรมชาติ (Natural Color) เพื่อให้เกิดความกลมกลืนกับตัวอาคาร ทำให้สามารถนำเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ เข้าไปจับคู่ได้ง่าย ซึ่งผลิตภัณฑ์ของทาง kenkoon ใส่ใจเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ทุก Collection จะถูกกำหนดสีและดีไซน์ให้เข้ากันได้ทั้งหมด เมื่อนำมารวมกันจะไม่รู้สึกถึงความแปลกแยกใด ๆ นี่จึงเป็นความพิเศษที่ทำให้ทางแบรนด์ภูมิใจ 

อีกสิ่งสำคัญที่ทางแบรนด์ไม่อยากให้ละเลย คือการดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกวิธี เช่น เฟอร์นิเจอร์ไม้ ควรมีการใช้น้ำมันรักษาเนื้อไม้ (Teak Oil) ทาที่ตัวไม้ทุก ๆ 6 เดือน, สเตนเลส เป็นวัสดุคงทน แค่การเช็ดทำความสะอาดก็เพียงพอแล้ว เท่านี้ก็ช่วยยืดอายุและความสวยงามของเฟอร์นิเจอร์เอาไว้ได้

.

พัฒนาสู่ Universal Design

และทุกก้าวแห่งความสำเร็จของแบรนด์ kenkoon เกิดขึ้นจากความคิดที่ว่า คิดทุกอย่างให้เป็น Universal คือการออกแบบโดยให้ความสำคัญต่อการใช้งานของคนทุกกลุ่ม ไม่ให้เกิดข้อจำกัดในการใช้งาน รวมถึงไม่สร้างข้อจำกัดให้ตนเองในงานออกแบบ สนุกกับจินตนาการเพื่อหาแนวทางในการเดินต่อไปอย่างต่อเนื่อง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของความพอดี พอเหมาะ จะทำให้สิ่งนั้นอยู่ได้นาน จึงทำให้แบรนด์กำหนดกลุ่มเป้าหมายของ kenkoon ไว้นั่นคือ การขายผลิตภัณฑ์ไปทั่วโลก ด้วยรูปแบบการใช้งานถูกออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในอนาคต ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ประหยัดพื้นที่ ทำการติดตั้งง่าย มีราคาย่อมเยาและเข้าถึงได้ทุกกลุ่มผู้บริโภค

.

สามารถติดตาม kenkoon ได้ที่

บริษัท เคนคูนเอกซ์ จำกัด (kenkoon Thong Lor Showroom)
167/1 ซอย ทองหล่อ 10 แขวง คลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
Tel: 02-711-5701

Website: www.kenkoon.com
Facebook: https://www.facebook.com/kenkoonfurniture
Instagram: kenkoonfurniture
Line: @kenkoonfurniture

สำหรับช่องทาง SME ONE เพิ่มเติม
Facebook: SMEONE
Youtube: SMEONE
Line: @smeone

บทความแนะนำ

Everglory ผมเส้นสวยด้วยภูมิปัญญาไทย

Everglory ผมเส้นสวยด้วยภูมิปัญญาไทย

ในยุคปัจจุบันของเรานี้เริ่มก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยมากขึ้น ทาง Everglory International จึงมีความสนใจในเรื่องของสมุนไพรและภูมิปัญญาไทย เพราะเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน จนต้องการที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ที่เริ่มมีอายุและประสบปัญหาเกี่ยวกับเส้นผม ทำให้ขาดความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นผมบาง ผมร่วง ผมขาว ผมแห้งขาดความชุ่มชื้น เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมภายใต้แบรนด์ Catherine ที่ทำมาจากสมุนไพร ไร้สารเคมี สามารถช่วยแก้ปัญหา เสริมบุคลิกภาพที่ดี และช่วยคืนชีวิตชีวาและความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้

.

ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อผู้รักสุขภาพ

จากประสบการณ์ด้าน Personal Care จนกำเนิดเป็นผลิตภัณฑ์ Catherine ขึ้น แต่กว่าจะมีสินค้าออกมาแต่ละชนิด ต้องผ่านทั้งกระบวนการคัดสรรวัตถุดิบธรรมชาติ ทำการวิจัย ทดลองและทดสอบ เพื่อให้เกิดการรับรองเรื่องความปลอดภัย ให้มั่นใจได้ว่าไม่มีผลข้างเคียงกับผู้บริโภค และสามารถแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดกับความต้องการหรือปัญหาของผู้บริโภค จนได้รับการขึ้นทะเบียน ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพ ก่อนวางจำหน่ายออกสู่ท้องตลาด

 

เป้าหมายของ Everglory คือ การช่วยแก้ไขปัญหาด้านเส้นผมให้กับผู้ที่รักสุขภาพ จึงได้มีผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่ไม่ใช้สารเคมี ซึ่งจะเป็นมิตรกับสุขภาพเส้นผมและสุขภาพร่างกายของผู้บริโภคในระยะยาว อีกทั้งผู้ที่ประสบปัญหาด้านเส้นผมนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่กลุ่มผู้สูงวัย แต่ยังพบในกลุ่มวัยหนุ่มสาวบางท่าน ซึ่งมาจากปัจจัยมากมายหลายสาเหตุซึ่งที่พบส่วนมากมักเกิดจากความเครียด ทางแบรนด์จึงคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาหลากหลายสูตรเพื่อให้เหมาะกับปัญหาแต่ละประเภท เช่น

ปัญหาผมร่วง สามารถใช้แชมพูคู่กับเซรัมโสมและวิตามิน เนื่องจากสมุนไพรที่สกัดมาจากโสม และดอกสน มีสารออกฤทธิ์ในการเสริมสร้างรากผมให้แข็งแรง 

ปัญหาผมขาว สามารถแก้ไขด้วยแชมพูปิดผมขาว โดยมีสีให้เลือกได้ถึง 4 สี คือ สีดำธรรมชาติ, สีน้ำตาลเข้ม, สีน้ำตาลแดง และสีน้ำตาลอ่อน หรือหากต้องการความสะดวกและรวดเร็ว ก็มีสินค้าที่ตอบโจทย์ได้ คือ มาสคาร่าปิดผมขาว เพียงแค่ปาด ก็ปิดได้ทันใจ 

 

เมื่อมีผลิตภัณฑ์ที่พร้อมส่งออกสู่ตลาด ขั้นตอนต่อมาคือการหาตลาดเพื่อนำผลิตภัณฑ์เข้าหากลุ่มลูกค้า ทางแบรนด์ใช้หลักการ Market Segmentation หรือการจัดแบ่งกลุ่มทางการตลาด มาใช้วิเคราะห์เพื่อค้นหาจุดจำหน่ายที่เหมาะสม ซึ่งได้แก่ ร้านขายสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ และสมุนไพร ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายในห้าง Modern Trade, Traditional Trade หรือทางออนไลน์ เกณฑ์การเลือกจุดขายของทางแบรนด์ คือ สถานที่ที่มีผู้บริโภครักสุขภาพเข้าถึงได้ง่าย เกิดการซื้อขายผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันในร้านค้าหรือจุดขายที่ทางแบรนด์ต้องนำผลิตภัณฑ์เข้าไปฝากขาย

.

มองการณ์ไกล ชูสมุนไพรไทยสู่ต่างประเทศ

ผลิตภัณฑ์ Catherine ได้ถูกนำมาใช้ต่อยอดให้กับแบรนด์ โดยชูความเป็นไทยและสมุนไพรไทยออกไปสู่ต่างประเทศ เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและได้มีการส่งผลิตภัณฑ์ออกไปยังกลุ่มประเทศในอาเซียนรวมถึงประเทศทางตะวันออกกลาง เพราะประเทศเหล่านั้นมีความนิยมในสมุุนไพรไทยเป็นอย่างมาก นี่จึงถือเป็นโอกาสที่สำคัญในการผลักดันให้แบรนด์เติบโตขึ้นไปอีกขั้น

.

แคร์เธอ ห่วงใยสุขอนามัย ปลอดภัยจากโควิด-19

ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้ทางแบรนด์ได้ค้นพบความสามารถและศักยภาพของตนเอง จนเกิดการพัฒนาสายการผลิตขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลเรื่องสุขอนามัยให้กับผู้บริโภค โดยออกผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “แคร์เธอ” ประกอบไปด้วย เจลล้างมือแอลกอฮอล์ และ น้ำหอมฉีดผ้าฆ่าเชื้อโรค ซึ่งปัจจุบันทางแบรนด์ยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อนำออกมาจำหน่ายในเร็ว ๆ นี้

.

สิ่งที่ Evergloryใช้เป็นหลักการในการดำเนินธุรกิจเสมอมาคือความซื่อสัตย์ โดยซื่อสัตย์ในเรื่องของคุณภาพ ราคาที่ยุติธรรมเหมาะสม และผลลัพธ์ที่สัญญาไว้กับผู้บริโภคนั่นเอง

.

สามารถติดตาม Catherine ได้ที่

บริษัท เอเวอร์กลอรี่ อินเตอร์เนชันแนล จำกัด

5 ซอยอุดมสุข 34 ถนนอุดมสุข แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260

Tel: 02-749-4305

Email: info@evergloryinter.com

Website: https://www.evergloryinter.com/

Facebook: https://www.facebook.com/catherineinternational/

สำหรับช่องทาง SME ONE เพิ่มเติม
Facebook: SMEONE
Youtube: SMEONE
Line: @smeone

 

Instagram: catherine_inter

บทความแนะนำ

แนะนำ 10 ธุรกิจที่น่าสนใจในปี 2021 สำหรับคนทำธุรกิจมือใหม่

 

เข้าสู่ปี 2021 แล้วหลาย ๆ คนคงมีการวางแผนที่จะทำธุรกิจส่วนตัว หรืออยากจะออกจากงานประจํา ออกจากลูปเดิม ๆ มาสู่อาชีพอิสระ แต่เชื่อว่าหลายคนที่คิดอยากจะมีธุรกิจส่วนตัวนี้ก็คงคิดถึงความเสี่ยงว่าธุรกิจที่ จะทํานั้นจะไปรอดหรือไม่ โดยในวันนี้เราจะมาวิเคราะห์และแนะนําธุรกิจที่มีแนวโน้มจะเจริญเติบโตและอยู่ รอดในปี 2564 นี้ จะมีธุรกิจไหนบ้างมาดูกัน

 

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็ยังคงเป็นธุรกิจที่ยังคงร้อนแรงและทําเงินได้ดีตลอดมา โดยการทําธุรกิจอสังหาฯ ก็คือการพัฒนาที่ดินในรูปแบบต่าง ๆ เช่นการซื้อ ขายหรือให้เช่าที่อยู่อาศัย อาคารสํานักงาน ศูนย์การค้า นิคมอุตสาหกรรม บ้าน คอนโด รวมทั้งที่ดินด้วย ซึ่งหลายคนคิดว่าการทําธุรกิจประเภทนี้ต้องเป็นนายทุน มีเงินทุนก้อนใหญ่ในการทํา แต่คุณสามารถเริ่มต้นได้ด้วยการเป็นนายหน้า ไม่ว่าจะเป็นนายหน้าขายบ้าน ขายที่ดิน รับฝากคอนโดให้เช่า รับเปอร์เซ็นจากเงินที่ขายได้ ซึ่งอาจจะได้สูงถึง 3-12% ของ มูลค่าอสังหาฯ ที่ขายได้เลยทีเดียว

 

ธุรกิจแฟรนไซส์

หากมีเงินเก็บสักก้อนอยากที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ก็ยังไม่มีไอเดียว่าจะทําอะไรดี หรือมีธุรกิจในใจอยู่แล้วแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง การซื้อแฟรนไซส์คงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งแฟรนไชส์ในปัจจุบันก็มีให้เลือก หลากหลาย ตั้งแต่ร้านอาหาร เครื่องดื่ม การศึกษา และอื่น ๆ รวมทั้งเงินในการลงทุนก็ไม่ได้เยอะมาก แลก กับฐานของลูกค้าและแบรนด์ของแฟรนไชส์ รวมทั้งคําปรึกษาแนะนํา ที่จะช่วยให้ธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณ เติบโตได้ดีอีกด้วย

 

ธุรกิจร้านกาแฟ

เป็นธุรกิจในฝันของใครหลายคนที่จะมีคาเฟ่เล็ก ๆ น่ารัก ๆ ซึ่งก็เหมาะกับปี 2021 ที่คนเริ่มนิยมเข้าร้านคาเฟ่กันมากขึ้นเห็นได้จากรีวิวต่าง ๆ บนโซเชียล และนอกจากกาแฟและอาหารที่อร่อยแล้ว ที่ขาดไม่ได้เลย สําหรับคาเฟ่ก็คือมุมถ่ายรูปสวย ๆ ที่จะดึงดูดลูกค้าให้มาเข้าร้าน ดังนั้นหากคุณต้องการที่จะมีธุรกิจเป็นของ ตัวเองก็อย่ารอช้าเพราะปีหน้า Cafe มาแน่นอน

 

ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ

จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกต้องเผชิญกับโรคระบาดโควิด-19 การทําธุรกิจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจึงเป็นอีกธุรกิจที่จะเติบโตในปี 2021 ทุกคนต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้มากขึ้น ครีมบำรุง อาหารเสริม รวมทั้งการผลิตหน้ากากก็เป็นธุรกิจที่น่าลงทุนในปี 2564 เช่นกัน

 

ขายของออนไลน์

อาชีพยอดฮิตสําหรับการขายของออนไลน์ ไม่ว่าของที่ขายจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ทุกอย่างต้องอาศัยการขายในช่องทางออนไลน์ด้วยถึงจะอยู่รอด ไม่ว่าจะเป็นการทําเว็บไซต์เป็นของตัวเอง การไลฟ์สดผ่านช่องทางโซ เชียลต่าง ๆ และฝากขายบนร้านค้าออนไลน์ เช่น Shopee, Lazada และอื่น ๆ อีกมากมายทุกอย่างในปี 2021 ต้องเน้นการขายออนไลน์เป็นหลัก

 

ทำ สื่อออนไลน์ (Web/ Youtube)

เรียกว่าเป็นธุรกิจแห่งอนาคตเลยก็ว่าได้ จากการทํา content ในเว็บไซต์ของตัวเอง และการทํา vdo อัพโหลดใน ช่อง Youtube ของตัวเอง ซึ่งการทําสื่อออนไลน์นี้ปัจจุบันเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เพราะเป็นงานที่อิสระได้ใช้ไอเดียของตัวเองได้เต็มที่ รวมทั้งผลตอบแทนที่ดีแบบไม่ต้องลงทุนอะไรอีกด้วย

 

ร้านบุฟเฟต์ (ชาบู, หมูกระทะ)

สำหรับใครที่อยากมีธุรกิจเป็นร้านอาหารแต่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นร้านแนวไหนดี เราขอแนะนําร้านบุฟเฟต์ชาบู หรือหมูกระทะ ซีฟู้ด ถึงแม้ว่าจะมีร้านบุฟเฟต์อยู่แล้วเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ก็รับรองเลยว่ายังเหลือทำเลดีๆ อีกมาก ลองหาวัตถุดิบดี ๆ ราคาไม่สูงมากเพื่อดึงดูดลูกค้าในระยะยาว รับรองเลยว่าปี 2021 นี้รายได้ดี เติบโตไวแน่นอน

 

ตัวแทนจําหน่าย

ตัวแทนจําหน่ายเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้คุณได้แบบไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย ใช้เพียงความขยันและกลยุทธ์ทางการตลาดในการขายสินค้าชิ้นนั้นเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันก็มีสินค้าหลาย ๆ อย่างให้ขายแบบเป็นตัวแทนขายได้แบบไม่ต้องสต๊อกสินค้า หาลูกค้าที่สนใจสินค้าแล้วค่อยส่งออเดอร์ให้กับร้านค้าต้นทาง เรารอรับเปอร์เซ็นต์จากการขายเท่านี้ก็มีรายได้แบบไม่ต้องลงทุนอะไรแล้ว

 

นำเข้าอะไหล่รถยนต์

ทุกวันนี้ใคร ๆ ก็มีรถยนต์ส่วนตัวกันทั้งนั้น ดังนั้นเมื่อมีรถก็ต้องมีการเสื่อมสภาพตามการใช้งาน บางครั้งอาจจะเป็นอะไหล่เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เสียจะเข้าศูนย์ก็ต้องมีค่าช่างประจําศูนย์ที่สูง ดังนั้นก็สั่งอะไหล่จากอู่หรือผู้นําเข้าอะไหล่ข้างนอกจึงเป็นทางเลือกที่ดี ธุรกิจนําเข้าอะไหล่รถยนต์จึงเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มที่จะ เจริญเติบโตได้ดีในปี 2021

 

โลจิสติกส์และการขนส่งแบบไร้สัมผัส

เพราะโรคระบาดทำให้การส่งของแบบไม่สัมผัสกัน (contactless) เป็นเรื่องที่ถูกดำเนินการและปรับตัวยอมรับการใช้งานจากผู้บริโภครวดเร็วมากขึ้น DoorDash, Postmates โลจิสติกส์ของอเมริกา มีให้เลือกรับของแบบหย่อนหน้าบ้าน ซึ่งได้รับความนิยมมาก ขณะที่หลายเจ้าเริ่มใช้หุ่นยนต์หรือโดรนในการช่วยส่งของ เช่น Meituan ในอู่ฮั่น ที่เปิดตัวการส่งของด้วยหุ่นยนต์เดลิเวอรี ซึ่งเทรนด์นี้มาแน่นอน

 

จากธุรกิจและอาชีพต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงการวิเคราะห์และการคาดการณ์ เท่านั้น ทั้งนี้ยังมีปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่จะทําให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโตและทํากําไรได้มาก รวมทั้งธุรกิจอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้กล่าวถึงก็เช่นกัน ดังนั้นลองเอาไอเดียจากธุรกิจที่เรา แนะนําไปศึกษาเพิ่มเติมและวางแผนการตลาดให้ดีมีชัยแน่นอน

 


 

หัวข้อ : ลงทุนอะไรดี? 10 ธุรกิจส่วนตัว และอาชีพอิสระ ที่น่าลงทุนใน ปี 2021
อ่านเพิ่มเติม : www.dbd.go.th/download/article/article_20210621131546.pdf

 

 

 

บทความแนะนำ

ศิวาเทล โรงแรมที่เน้นเรื่องความยั่งยืน

ศิวาเทล โรงแรมที่เน้นเรื่องความยั่งยืน 

ศิวาเทล กรุงเทพฯ โรงแรมย่านใจกลางเมืองที่ดำเนินกิจการบนพื้นที่ของครอบครัวจนมาถึงผู้บริหารรุ่นที่ 3 ที่แม้จะปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจแล้ว แต่ยังคงไว้ซึ่งแนวคิดที่ยึดมั่นมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ ในเรื่องของการรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังเช่นภาษิตดั้งเดิมที่ผู้บริหารทุกรุ่นยึดเป็นหลักในการทำธุรกิจคือ Clean Green Smart ให้สะท้อนออกมาในการดำเนินธุรกิจตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  

.

กระจายความเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกันให้ธุรกิจ

เริ่มต้นจากอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ใจกลางเมืองในรุ่นคุณปู่ จนพัฒนาเป็นโรงแรม 8 ชั้นในชื่อฮอลิเดย์ แมนชั่น และได้มีการเปลี่ยนแปลงในปี 2552 ในช่วงที่การท่องเที่ยวเติบโตแบบก้าวกระโดด จึงขยายเป็นตึก 32 ชั้น เกิดเป็นศิวาเทลทาวเวอร์ขึ้น ซึ่งในตัวตึกจะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือส่วนของออฟฟิศให้เช่า ส่วนของอพาร์ตเมนต์ และส่วนของโรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ ด้วยวิสัยทัศน์ของคุณปู่ที่มองว่าธุรกิจท่องเที่ยวเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างมีความอ่อนไหว มักได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แวดล้อมต่าง ๆ การที่ทำตึกให้รองรับการใช้งานแบบ Mixed-use จึงเป็นการช่วยกระจายความเสี่ยงและช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวธุรกิจ ให้มีรายได้จากหลากหลายทาง ทำให้ศิวาเทลสามารถผ่านพ้นจากทุก ๆ วิกฤติการณ์มาได้

.

ปรับเปลี่ยนเพื่อตอบโจทย์

เดิมโรงแรมได้วาง position ไว้เป็น Business Hotel ด้วยที่ตั้งของโรงแรมอยู่ในย่านเพลินจิต แต่พบว่ากลุ่มลูกค้าส่วนมากกลับเป็นกลุ่มครอบครัวหรือคู่รักที่มาเพื่อการพักผ่อนจริง ๆ และใช้เวลาในห้องค่อนข้างมาก จึงได้มีการ renovate ห้องทั้งหมดให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าโดยปรับให้มีความสบายมากขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งแนวคิดการประหยัดพลังงาน โดยมีการวางระบบภายในแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่โครงสร้างอาคารเดิม เช่น ในห้องพักจะใช้ไฟที่เป็นไฟ LED และใช้เครื่องปรับอากาศที่เป็นระบบควบคุมอุณหภูมิได้ด้วยตัวเอง เพื่อที่ลูกค้าจะสามารถเลือกที่จะปิดหรือเปิดเครื่องปรับอากาศเฉพาะที่ได้ 

นอกจากนี้สิ่งของเครื่องใช้ในห้องพักยังเป็นผลิตภัณฑ์โอทอปจากชุมชนหรือของดีจังหวัดต่าง ๆ โดยนำมารวมกับแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เช่น กล่องกระดาษชำระ ถังขยะ หรือว่าซองใส่อุปกรณ์ในห้องน้ำ ล้วนเป็นงานจักสานที่ทำจากเตยปาหนันจากนครศรีธรรมราช หรือแม้แต่เสื่อที่ใช้จะเป็นเสื่อผักตบชวาที่เป็นแบรนด์ของอโยธยา 

.

สร้างแบรนด์ด้วยการสร้างคุณค่า

ในช่วงที่โรงแรมอยู่ในภาวะการแข่งขันสูง ศิวาเทลเลือกที่จะไม่วิ่งตามเทรนด์หรือทำสงครามราคา แต่หันมาเน้นเรื่องคุณค่าสินค้าและการบริการของตน จากการเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและนำมาปรับใช้เรื่องการรู้จักตน

จากการวิเคราะห์จุดยืนของแบรนด์ที่เน้นในเรื่องคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ เพื่อจะได้มีศักยภาพในการส่งต่อความสุขไปยังผู้อื่นต่อไป สิ่งที่เด่นชัดคือเรื่องของอาหารในโรงแรมที่ไม่ได้เน้นแค่ความอร่อย แต่ทำจากวัตถุดิบออร์แกนิคและปราศจากสารเคมีจากชุมชนและเกษตรกรรายย่อยโดยตรง ในเมนูอาหารเช้าสำหรับลูกค้าจะมีแผนที่ประเทศไทยบอกเล่าถึงวัตถุดิบแต่ละอย่าง เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าใจแหล่งที่มาและเพลิดเพลินกับอาหารที่ทำจากวัตถุดิบออร์แกนิคและวัตถุดิบอินทรีย์ได้ทั้งหมด 

อีกสิ่งหนึ่งที่ศิวาเทลใส่ใจคือการลดใช้ขยะ การใช้บริการในโรงแรมจะไม่มีการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ทั้งสบู่และแชมพูจะเป็นออร์แกนิคซึ่งไม่มีสารเคมีอันตรายที่จะตกค้างในตัวลูกค้า รวมถึงจะไม่ปนเปื้อนลงไปในแม่น้ำลำคลอง ชุดของใช้ในห้องน้ำจะอยู่ในขวดแบบเติม น้ำดื่มในห้องพักก็จะใช้เป็นขวดแก้ว เนื่องจากธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจที่ผลิตขยะมาก จากวันที่ศิวาเทลเคยผลิตขยะออกมาเดือนละประมาณเกือบเก้าพันกิโลกรัม จนถึงวันนี้สามารถลดการใช้ขยะในโรงแรมได้ถึง 80% 

การที่ศิวาเทลเป็นโรงแรมที่มุ่งเน้นและให้ความสำคัญในเรื่องการบริหารการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าทุกการใช้จ่ายเพื่อพักผ่อนมีความหมาย เพราะความสุขของลูกค้าจะถูกแบ่งปันไปยังชุมชนและเกษตรกร ผ่านอาหารที่รับประทานและยังได้ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ทั้งหมดคือคุณค่าและความหมายที่เหนือกว่าเรื่องราคาที่ลูกค้าสัมผัสได้

ศิวาเทลมองว่าการทำธุรกิจที่มีส่วนทำให้ชีวิตผู้อื่นและสิ่งแวดล้อมดียิ่งขึ้น เป็นสิ่งที่ทำให้มีความภูมิใจมากกว่าผลกำไร และเป็นคุณค่าที่จะส่งต่อไปถึงลูกหลาน ยิ่งไปกว่านั้นยังยินดีที่จะให้โรงแรมอื่น ๆ นำโมเดลนี้ไปใช้เพราะเชื่อว่าจะเป็นผลดีต่อสังคมและประเทศ 

.

เรียนรู้อยู่เสมอ

เพื่อพัฒนาระบบการจัดการที่ยั่งยืน ศิวาเทลจึงมีการเข้าร่วมการอบรมในโครงการต่างๆอยู่เสมอ เช่น โครงการ Green Hotel หรือ Green life เพื่อให้ได้ทราบระบบและแนวทางที่ปฏิบัติอย่างมีมาตรฐานที่สามารถนำมาใช้ในการทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบันทึกการใช้พลังงาน การจัดการน้ำเสียและการจัดการขยะ ทั้งยังใส่ใจเรื่องความสุขของพนักงาน เพราะเชื่อว่าหากพนักงานมีความสุขแล้ว จะสามารถส่งต่อความสุขให้ลูกค้าผ่านทางบริการ พร้อมทั้งสร้างจิตสำนึกเรื่องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้มีเป้าหมายเดียวกัน

รวมทั้งปรับเปลี่ยนความคิดว่าการทำการเกษตรและการหมักขยะเป็นเรื่องยุ่งยากและต้องใช้พื้นที่มาก โดยเรียนรู้เรื่องการปลูก พืชผักสวนครัวในโรงแรม สามารถนำมาใช้ได้อย่างสะดวกรวดเร็วและช่วยลดรายจ่ายได้อีกทางหนึ่ง จากนั้นก็หันมาดูแลเรื่องการลดขยะเศษอาหารโดยการนำมาหมักเป็นปุ๋ยใช้เองและขยะหมักนี้ยังนำมาใช้เป็นดินปลูกผักได้อีกด้วย 

.

จุดยืนชัดเจน สามารถต่อยอดได้ 

การมีจุดยืนการทำงานชัด ทำให้การต่อยอดบริการหรือสินค้าได้ง่ายขึ้น  แม้ในสถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ศิวาเทลก็พร้อมที่จะให้บริการใหม่ๆโดยดำเนินงานจากแก่นงานเดิม 

หลังจากนี้ศิวาเทลวางโครงการขยายธุรกิจไปในส่วนการขายวัตถุดิบออร์แกนิค และมีแผนที่จะปรับมุมหนึ่งของร้านอาหารให้กลายเป็นมินิออร์แกนิคบาร์ มี Farmer lunch talk ที่ให้เกษตรกรมาทำเมนูร่วมกับเชฟเพื่อเล่าเรื่องราวเบื้องหลังวัตถุดิบให้ลูกค้าฟัง รวมถึงการวางแผนจัดทริปเยี่ยมชมฟาร์มเกษตรกร และมีแนวคิดที่จะนำภูมิปัญญาไทย มานำเสนอในรูปแบบที่ร่วมสมัยและเพิ่มมูลค่ามากขึ้น ซึ่งจะต่อยอดเป็น workshop ให้ลูกค้าต่อไป

.

ผู้ที่สนใจที่พักหรือบริการ สามารถติดต่อศิวาเทลได้ที่

Sivatel Bangkok 

53 ถนน วิทยุ แขวง ลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Tel02 309 5000

Website: www.sivatelbangkok.com

สำหรับช่องทาง SME ONE เพิ่มเติม
Facebook: SMEONE
Youtube: SMEONE
Line: @smeone

บทความแนะนำ

Robot System แก้ปัญหาอย่างเชี่ยวชาญด้วยระบบหุ่นยนต์

Robot System แก้ปัญหาอย่างเชี่ยวชาญด้วยระบบหุ่นยนต์

ในยุคที่หุ่นยนต์ กำลังค่อย ๆ เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกันกับธุรกิจด้านหุ่นยนต์ ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง 

Robot System บริษัทที่พัฒนาและออกแบบระบบสำหรับหุ่นยนต์ในงานด้านอุตสาหกรรม ซึ่งเริ่มต้นธุรกิจด้วยความชอบและความรู้ด้านหุ่นยนต์ ผสานกับประสบการณ์การทำงานจากต่างประเทศกว่าสิบปี ทำให้บริษัทยังคงยืนหยัดอยู่ได้ แม้การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 นี้จะส่งผลกระทบต่อหลากหลายธุรกิจก็ตาม

.

แก้ปัญหาด้วยความเข้าใจ

การนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้เพื่อแก้ปัญหา สิ่งสำคัญคือ การพยายามสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจถึงความแตกต่าง วิธีการ และประโยชน์ของการใช้หุ่นยนต์ เมื่อลูกค้ามีความเข้าใจแล้ว บริษัทจึงจะสามารถออกแบบหุ่นยนต์ให้ตรงกับสเปคความต้องการของลูกค้าได้

.

ความหลากหลาย ทำให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกรูปแบบ

เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีผู้ผลิตหุ่นยนต์ ดังนั้น Robot System จึงอาศัยการรวบรวมชิ้นส่วนจากหลากหลายยี่ห้อ หลายสัญชาติ เพื่อเลือกชิ้นที่เหมาะสมกับงานที่สุด แล้วจึงนำมาออกแบบ ต่อเติม เพิ่มความสามารถของหุ่นยนต์เพื่อให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า

.

ตามหาตลาดที่มีความต้องการสินค้า

ลูกค้าต่างคนต่างมีโจทย์ในใจที่ต่างกัน การทำงานแบบ customize จึงเป็นวิธีการที่มีข้อดี ตรงที่สินค้าทั้งหมดจะตรงกับสเปคของลูกค้า แต่ก็ต้องพบกับความท้าทายคืองานประเภทนี้ไม่สามารถทำซ้ำในรูปแบบเดียวกันเป็นจำนวนมากเพื่อวางขายในท้องตลาดได้ ทาง Robot System จึงพยายามพัฒนาธุรกิจสินค้าสำเร็จรูปเพื่อขายสินค้าแบบเดียวกัน โดยขายให้กับดีลเลอร์ของต่างประเทศ จากนั้นดีลเลอร์จะไปตามหาลูกค้าที่มีความต้องการสินค้า วิธีการนี้ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีทำให้มียอดการสั่งซื้อสินค้ากลุ่มขายซ้ำของ Robot System เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

.

ตั้งโจทย์ในการพัฒนาสินค้า จากปัญหาที่มีร่วมกันทั่วโลก

ในปัจจุบันธุรกิจซื้อขายออนไลน์นั้นเติบโตเป็นอย่างมาก นำมาซึ่งความต้องการในการขนส่งสินค้าทั้งภายในและระหว่างประเทศ ปัญหาที่พบในปัจจุบันคือการถ่ายของเข้าและออกจากตู้คอนเทนเนอร์ ที่ทุกวันนี้ยังต้องอาศัยแรงงานคนแทบทั้งหมดในทุกประเทศ เป็นสิ่งที่ Robot System มองเห็นว่าโจทย์ในลักษณะนี้ คือการเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีปัญหาเดียวกันทั่วโลก ก็น่าจะมีวิธีแก้ปัญหาแบบเดียวกัน สามารถนำโจทย์นี้ไปใช้ในการพัฒนาสินค้าสำหรับผลิตซ้ำเพื่อแก้ปัญหาได้

.

โดดเด่นด้วยนโยบายและบริการหลังการขาย

ระบบหุ่นยนต์อุตสาหกรรมของ Robot System นั้นเน้นไปที่เรื่องความสามารถในการปรับแต่งสินค้า จุดเด่นคือการทำให้หุ่นยนต์ฉลาดขึ้นกว่าตอนที่แกะกล่องจากโรงงาน มีการเพิ่มอวัยวะ เพิ่มประสาทสัมผัส สามารถคิดและแก้ปัญหาได้ ด้วยนโยบาย 3S คือ Smart, Simple, Safe (ฉลาด, ใช้งานง่าย, ปลอดภัย) และยังมีบริการหลังการขาย ซึ่งนอกจากจะดูแลเรื่องการซ่อมแซมอุปกรณ์แล้ว ทาง Robot System ยังมีบริการเทรนนิ่งการใช้งานให้กับพนักงานของลูกค้าทุก ๆ 6 เดือนอีกด้วย เพื่อให้พนักงานได้ทบทวนวิธีการใช้งานอุปกรณ์อยู่เสมอ

.

จับมือกับพันธมิตร แลกเปลี่ยนความถนัด

การศึกษาเรื่องหุ่นยนต์นั้นเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีในหลายส่วนประกอบ ทำให้การพัฒนาเพื่อนำหน้าคู่แข่งคนอื่น ๆ อยู่ตลอดนั้นทำได้ยาก Robot System จึงเลือกอาศัยความร่วมมือจากบริษัทพันธมิตรธุรกิจทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าที่แต่ละบริษัทต่างมีความเชี่ยวชาญ การร่วมงานกับบริษัทอื่นยังเป็นการขยาย เครือข่ายให้กว้างขวางยิ่งขึ้นอีกด้วย และการหาพันธมิตรใหม่จากประเทศที่เคยร่วมงานแล้ว ยิ่งเป็นการสร้างโอกาสสำเร็จในการจับมือกับพันธมิตรธุรกิจใหม่เพิ่มมากขึ้น

.

ส่งประกวดเพื่อเรียนรู้และปรับปรุง

ข้อดีของการประกวดคือ บริษัทสามารถนำเอาหลักเกณฑ์ในการพิจารณาของกรรมการ มาตรวจสอบตนเองเพื่อมองหาสิ่งที่ขาดและสิ่งที่ต้องปรับปรุง ช่วยให้เห็นข้อบกพร่องของบริษัทได้ชัดขึ้น นอกจากนี้ผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้ามาตรวจสอบและให้คะแนน จะช่วยเสนอแนะวิธีการปรับปรุงให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นับเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าถึงข้อมูลสำหรับพัฒนากิจการให้ดีขึ้น

.

แนวโน้มธุรกิจด้านหุ่นยนต์ในปัจจุบันยังคงเป็นช่วงขาขึ้นที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะช่วยเป็นหลักประกันว่าบริษัทจะไปได้ดีหรือไม่ ไม่ได้อาศัยเพียงความรู้ทางด้านหุ่นยนต์เท่านั้น แต่ยังอาศัยความรู้ในเนื้องานนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งอีกด้วย บริษัทที่จะทำงานด้านระบบได้ดีนั้นจะต้องเข้าใจภาพรวมขั้นตอนของการทำงานทั้งหมดได้เป็นอย่างดี พื้นฐานความรู้นี้จะเป็นจุดเด่นของบริษัทและหัวใจสำคัญคือความชอบในงานที่กำลังทำ ทั้งหมดนี้ คือแนวคิดการประกอบธุรกิจของ Robot System

.

ผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Robot System สามารถติดต่อได้ที่
บริษัท โรบอท ซิสเต็ม จำกัด (Robot System Co., Ltd.)
ที่อยู่ : 899/23 หมู่ที่ 21 ซอยที่ดินไทย ถ.คลองอาเสี่ย ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540
โทร. : 0-2173-4367-69
โทรสาร : 0-2173-4370
อีเมล : info@robotsystem.co.th
Website : www.robotsystem.co.th

สำหรับช่องทาง SME ONE เพิ่มเติม
Facebook: SMEONE
Youtube: SMEONE
Line: @smeone

บทความแนะนำ